Blog Th

การวางแผนอัตรากำลังคน (Manpower Planning)

การวางแผนอัตรากำลังคน  (Manpower Planning)

คน หรือ Manpower เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ซึ่งจำนวนพนักงานจะต้องสอดคล้องกับขนาดธุรกิจ ไม่มากหรือน้อยเกินไป การวางแผนกำลังคน (Manpower Planning) จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กร เพื่อให้มีการดำเนินงานที่เหมาะสม และไม่ทำให้ธุรกิจเสียโอกาสในการเติบโต การวางแผนกำลังคน คืออะไร การวางแผนกำลังคน (Manpower Planning) คือกระบวนการสรรหา วางแผน วิเคราะห์ และจัดการกับแรงงานเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อความต้องการขององค์กร เช่น การวางแผนจำนวนแรงงานที่ต้องการในอนาคต การจัดทำแผนการเลื่อนตำแหน่งงาน และการพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงาน เป็นต้น การวางแผนกำลังคนสำคัญอย่างไร การวางแผนกำลังคน หรือ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ มีความสำคัญกับทุกองค์กร เพราะจะช่วยให้องค์กรมีแรงงานที่เพียงพอ และมีความสามารถที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ต้องพิจารณาปัจจัยจากสถานการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และแนวโน้มแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตด้วย ดังนั้น การวางแผนกำลังคนจึงจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ การวางแผนอัตรากำลังคน ช่วยองค์กรอย่างไรบ้าง การวางแผนกำลังคนที่เหมาะสมและเป็นระบบ จะช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงานได้อย่างมีคุณภาพ มีทักษะความรู้ความสามารถที่ตอบโจทย์ สามารถเตรียมกำลังเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ นอกจากนี้ การวางแผนกำลังคนที่ดี ยังสามารถช่วยในเรื่องอื่น ๆ ดังนี้ ขั้นตอนการวางแผนกำลังคน ขั้นตอนการวางแผนกำลังคนประกอบด้วย การเข้าใจเป้าหมายขององค์กร และเข้าใจความต้องการกำลังคน ดังนี้ 1. เข้าใจเป้าหมายขององค์กร เริ่มแรกของการวางแผนกำลังคน ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR ต้องทำความเข้าใจเป้าหมายขององค์กร เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์สรรหากลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร 2. เข้าใจความต้องการกำลังคน เมื่อเข้าใจเป้าหมายขององค์กรแล้ว การหากำลังคนไม่ว่าจะเป็นเชิงปริมาณ (จำนวนคน) หรือเชิงคุณภาพ (ทักษะ ความรู้) และคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ซึ่งการวางแผนกำลังคน ประกอบด้วย การจัดทำแผนอัตรากำลัง (Workforce Planning) การจัดทำแผนอัตรากำลัง หรือ Workforce Planning คือกระบวนการที่ใช้ในการวางแผนและจัดการกับแรงงานในองค์กร เพื่อให้มีจำนวนและคุณภาพของแรงงานที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจทั้งในระยะยาวและระยะสั้น  HR Software สำหรับการวางแผนกำลังคน HR Software คือ โซลูชันดิจิทัลครบวงจรที่ช่วยให้การดำเนินงานของ HR ง่ายขึ้น เป็นเทคโนโลยีสำหรับการจัดการการทำงานอย่างเป็นระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งหนึ่งในฟังก์ชันที่สำคัญของ HR Software คือระบบเก็บ data ที่เอื้ออำนวยต่อการวางแผนกำลังคน เช่น ซอฟต์แวร์ Workplaze ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของพนักงานที่มีอยู่ รวมถึงการใช้วิธีเชิงรุกเพื่อคาดการณ์ความต้องการแรงงานในอนาคตที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายองค์กร ปัจจัยที่มีผลต่อการวางแผนกำลังคน FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนกำลังคน (Manpower Planning) 1. การวางแผนกำลังคน คืออะไร การวางแผนกำลังคน (Manpower Planning) คือกระบวนการวางแผน วิเคราะห์ และจัดการกับแรงงานเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อความต้องการขององค์กร ตั้งแต่การจัดหาไปจนถึงพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กร 2. การบริหารกำลังคนมีความสำคัญอย่างไร การวางแผนกำลังคน ช่วยให้องค์กรมีแรงงานที่เพียงพอต่อความต้องการ มีความสามารถ และมีสมรรถนะที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของธุรกิจ 3. ขั้นตอนการวางแผนทรัพยากรมนุษย์มีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง ขั้นตอนการวางแผนกำลังคนประกอบด้วย 2 ข้อหลัก ๆ คือ 4. การวางแผนทรัพยากรบุคคลมีประโยชน์อย่างไร การวางแผนทรัพยากรบุคคลมีประโยชน์หลายด้าน ตั้งแต่การสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทำให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สรุปการวางแผนกำลังคน (Manpower Planning) แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำงานของทุกองค์กร แต่กำลังคน ก็ยังคงเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อทุกธุรกิจ ที่ไม่เพียงแค่ปฏิบัติงานให้เสร็จลุล่วงในแต่ละวัน แต่ยังช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นการวางแผนกำลังคนจึงเป็นสิ่งสำคัญและทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อพัฒนาบุคลากร และพัฒนาองค์กรโดยรวม ที่ฮิวแมนิก้า เราสนับสนุนการบริหารและจัดการการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ผ่านโซลูชันเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งการสื่อสาร และการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรและบุคลากรของคุณ เรามีบริการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์บุคลากร ไปจนถึงการปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ร่วมปรับปรุงประสบการณ์และบรรลุผลลัพธ์ หากสนใจปรึกษาด้าน HR ติดต่อเราได้ที่ Humanica

การวางแผนอัตรากำลังคน  (Manpower Planning) Read More »

HR Analytics ในยุคดิจิทัล

HR Analytics ในยุคดิจิทัล

HR Analytics ในยุคดิจิทัล HR Digital Transformation มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ธุรกิจปรับตัวและเติบโตในสภาวะการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่ง HR Analytics ในยุคดิจิทัลสามารถช่วยให้บริษัทเข้าใจลักษณะการทำงานของพนักงานได้อย่างละเอียด โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงาน และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อผลการทำงาน เช่น แนวโน้มการลาออกของพนักงาน เป็นต้น HR Analytics คืออะไร HR Analytics คือกลยุทธ์ที่จะนำข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานมาวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็น ประวัติการทำงาน การเงินและสวัสดิการ ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถทางภาษาและทักษะอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ มาจากการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางดิจิทัลสมัยใหม่ ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ ส่งผลให้ผู้บริหารและทีม HR ในองค์กรมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับพนักงาน และกระบวนการทำงานภายในองค์กรมากขึ้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจและการวางแผนทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพต่อไป กลยุทธ์ HR Analytics มีอะไรบ้าง กลยุทธ์ HR Analytics จะช่วยให้องค์กรมีการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขอได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แนวคิด HR Analytics จากอดีตสู่ปัจจุบัน และต่อยอดไปสู่อนาคต HR Analytics มีมาตั้งแต่ยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ และองค์ความรู้เหล่านั้น ได้พัฒนามาเรื่อย ๆ ตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่ได้เปลี่ยนแปลงไป จากหนังสือ People Analytics in Big Data Era (2016) ได้พูดถึงแนวคิด HR Analytics ต่าง ๆ ดังนี้ ปี ค.ศ. 1911 – ใน The Principles of Scientific Management โดย Frederick Taylor วิศวกรเครื่องกลที่สนใจศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของคนงานในอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของวิธีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งพิจารณาคนงานจากความรู้ ความสามารถ และความกระตือรือร้นในการทำงาน รวมไปถึงวิธีการทำงานที่ต้องได้มาตรฐาน (Standardization) ปี ค.ศ.1913 – ใน Psychology and Industrial Efficiency โดย Hugo Munsterberg นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ได้ต่อยอดแนวคิดของ Frederick Taylor ว่าด้วยการคัดคนจากการทดสอบงานและประเมินงาน รวมถึงจิตใจของพนักงานด้วย ไม่ใช่แค่ทางกายภาพเท่านั้น ช่วงปี ค.ศ. 1914 – 1918 หรือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพสหรัฐได้มีการทดสอบทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Army Alpha และ Beta Tests of World War I ซึ่งออกแบบมาเพื่อวัดระดับความฉลาดเพื่อระบุกองทัพเกณฑ์ที่เหมาะกับตำแหน่งพิเศษในหน่วยรบ ปี ค.ศ. 1920 – Edward Lee Thorndike นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ได้แบ่งความฉลาดออกเป็นสามด้าน คือ ปี ค.ศ. 1921 – 1923 Carl Gustav Jung นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ชาวสวิส ขยายแนวคิดเรื่องมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน เพราะนอกจากความสามารถ และทักษะแล้ว บุคลิกของแต่ละบุคคลก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ ปี ค.ศ. 1943 – Katherine Cook Briggs คิดค้นและเผยแพร่แบบสอบถาม Myers – Briggs Type Indicator หรือ MBTI ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแบบทดสอบบุคลิกภาพที่มุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น  ปี ค.ศ. 1978 – ในหนังสืออ้างอิง How to Measure Human Resources Management โดย Dr.Jac Fitz-enz ได้เผย แพร่ตัวชี้วัดด้านทรัพยากรบุคคล 30 ตัวชี้วัด และบางตัวยังคงถูกใช้ในปัจจุบัน ปี ค.ศ. 1996 – 2001 Robert Kaplan และ David Norton ได้ตั้งระบบ Balanced Scorecard ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการบริหารงานสมัยใหม่ ที่จะช่วยให้องค์กรมองเห็นถึงจุดอ่อนของการบริหารงาน และช่วยกำหนดกลยุทธ์ในการจัดการองค์กรต่อไป ปี ค.ศ. 2005 ได้เริ่มมีการสร้าง Talent Management System หรือการบริหารจัดการคนเก่ง ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้บุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทำงานในองค์กรของคุณ ในปัจจุบัน HR Analytics ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ HR ต้องมีการ agile หรือปรับตัวตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และจัดระบบระเบียบการทำงานทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูล HR คือ การนำ data ที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วทำแปนแผนกลยุทธ์ด้าน HR ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาคาดการณ์แนวโน้มการปรับปรุงทรัพยากรบุคคล รวมถึงนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ซึ่งประเภทของข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์มีดังนี้ ประโยชน์ของ HR Analytics HR Analytics เป็นกลยุทธ์ที่หลายองค์กรให้ความสนใจ และเป็นวิธีที่เอื้อประโยชน์ให้องค์กรได้มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งประโยชน์ของ HR Analytics มีดังนี้ 1. พัฒนาระบบการจ้างงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น HR Analytics จะช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลตั้งเป้าหมายเพื่อค้นหา Talent ที่ต้องการได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน ใช้ประโยชน์จาก Software ในการประเมิน resume ของผู้สมัครและคัดเลือกเพียงคนที่ตรงตามความต้องการมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดเวลา และสร้างประสบการณ์การจ้างงานที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 2. มองเห็นโอกาสในการเติบโตของพนักงาน การวิเคราะห์ข้อมูล เช่น ทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ของพนักงาน จะช่วยให้ HR และผู้นำมองเห็นโอกาสในการเติบโตของพนักงาน สามารถวางแผนและดำเนินการเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและความสำเร็จของพนักงานมากขึ้น 3. สร้าง Employee Engagement Employee engagement คือ ความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรและงานที่ทำ การวิเคราะห์ว่าพนักงานยังคงมีแรงจูงใจที่จะทุ่มเทให้กับงานอยู่ไหมนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ยิ่งปัจจุบันมีการทำงานทางไกลหรือ work from home อยู่หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ employee engagement อาจจะลดลงได้ ดังนั้น HR Analytics จะช่วยให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลรู้เท่าทันพนักงานที่ประสบปัญหาเหล่านี้ และเข้าไปจัดการแก้ไขได้ทันท่วงที 4. ลดความซับซ้อนในการทำงาน การใช้ HR Analytics Report ช่วยให้ฝ่าย HR สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความซับซ้อนในการทำงาน กล่าวคือ HR สามารถนำข้อมูลที่ได้ ตั้งแต่การสรรหาบุคลากร การวางแผนการเรียนรู้และพัฒนา การประเมินและพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการจัดการผลตอบแทนและสวัสดิการ มาตัดสินใจวางแผนจัดการทรัพยากรบุคคล และช่วยในการตัดสินใจที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ธุรกิจอีกด้วย 5. ลดการลาออก และรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กร Employee Retention หรือ การรักษาพนักงาน เป็นเป้าหมายที่ทุกองค์กรต้องการรักษาคนที่มีความสามารถเป็นเลิศไว้ (Talent) ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว HR Analytics จึงเป็นส่วนช่วยที่ทำให้ HR ทราบถึงประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) และสร้างวิธีที่จะคงไว้แก่ประสบการณ์ดี ๆ ให้แก่พนักงานได้อยู่กับองค์กรต่อไป 6. ปรับปรุงประสิทธิภาพ Workforce Planning ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ จะช่วยให้ HR วางแผนกำลังคน (Workforce Planning) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ data ต่าง ๆ สามารถนำมาประเมินผล พร้อมกับกำหนดแนวทางการจัดการได้ง่ายขึ้น 7. มองเห็นช่องว่างทางทักษะของพนักงาน ข้อมูลจาก HR Analytics จะช่วยระบุช่องว่างทางทักษะของพนักงาน และมีการจัดฝึกอบรมทักษะนั้น ๆ เพื่อให้พนักงานได้เข้าร่วม พัฒนาทักษะความรู้เพื่อนำไปต่อยอดการเติบโตของตนเอง เห็นคุณค่าของตัวเองในองค์กร และลดอัตราการลาออกเช่นกัน 8. มองเห็นกระบวนการการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะระบุช่องว่างทักษะของพนักงานได้แล้ว HR Analytics สามารถช่วยให้ HR มองเห็นกระบวนการการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย เช่น การตัดสินใจทำสิ่งหนึ่ง ๆ มีผลกระทบต่อองค์กรอย่างไรบ้าง เป็นต้น การมองเห็นข้อบกพร่องนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการทำงานพัฒนาต่อไป HR Analytics นำไปต่อยอดกับธุรกิจอย่างไรได้บ้าง เนื่องจาก HR Analytics คือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ทำให้องค์กรพัฒนาต่อไปได้ สามารถเตรียมพนักงานให้พร้อมรับอนาคต รวมถึงลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ เตรียมพนักงานให้พร้อมรับอนาคตด้วย HR Analytics ในยุค HR Digital Transformation ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับงานด้านทรัพยากรบุคคล (HR Analytics) จึงมีบทบาทมากขึ้นในแง่ของการปรับตัว และเปิดรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในงาน HR ซึ่งองค์กรสามารถคาดการณ์จากข้อมูลในระบบได้ว่าพนักงานแต่ละคนมีโอกาสในการพัฒนาในอาชีพหรือไม่ เพื่อให้องค์กรได้เตรียมกำลังคนสำหรับอนาคตได้ทันท่วงที ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การรับเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน จะช่วยลดต้นทุนการจ้างงานในหลายตำแหน่ง ทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณได้ดีขึ้น และสามารถนำทุนที่มีไปลงในภาคส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญของธุรกิจได้มากขึ้น โดยสรุปแล้ว HR Analytics เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจปรับตัวและเติบโตในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำ ทำให้การจัดการทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการตัดสินใจที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจระยะยาว

HR Analytics ในยุคดิจิทัล Read More »

Scroll to Top