รู้จักกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร สรุปครบในที่เดียว

รู้จักกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร สรุปครบในที่เดียว

การเสียภาษีเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้มีรายได้ทุกคน เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้สำหรับนำไปพัฒนาประเทศและจัดบริการสาธารณะต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีมีหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ระบบการจัดเก็บภาษีนั้นมีความซับซ้อน การมีโปรแกรม HR เพื่อช่วยงานด้านทรัพยากรมนุษย์ ช่วยให้การคำนวณภาษีรายได้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ รูปแบบหนึ่งของการจัดเก็บภาษีล่วงหน้า ผู้มีหน้าที่หักภาษีนี้คือผู้จ่ายเงิน อาจเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลก็ได้ โดยต้องหักส่วนหนึ่งจากจำนวนเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงิน ไม่ว่าผู้รับเงินจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เพื่อนำส่งเงินภาษีส่วนที่หักไว้ให้แก่กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด และจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษีไว้เป็นหลักฐานสำหรับการยื่นภาษีรายได้ประจำปี ช่วยลดภาระผู้เสียภาษี เพราะไม่จำเป็นต้องเสียภาษีในปริมาณมากพร้อมกันในครั้งเดียว หรือขอคืนเงินภาษีส่วนที่ถูกหักไปในภายหลังได้

วิธีคิดภาษีหัก ณ ที่จ่าย

วิธีคิดภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  1. วิธีคิดแบบที่ 1 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบออกให้ตลอดไป คือ ผู้จ่ายได้ออกเงินหัก ณ ที่จ่ายแทนผู้รับตลอดไป 

จำนวนเงินได้ที่จ่าย x อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย / (100 – อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย)

  1. วิธีคิดแบบที่ 2 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบออกให้ครั้งเดียว คือ ผู้จ่ายได้ออกเงินหัก ณ ที่จ่ายแทนผู้รับในครั้งแรกเพียงครั้งเดียว

(จำนวนเงินได้ที่จ่าย + ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้ครั้งเดียว) x อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีต่าง ๆ 

การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด โดยอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ดังนี้

ค่าจ้างและเงินเดือน

ค่าจ้างและเงินเดือน

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีค่าจ้างและเงินเดือน จะคำนวณตามเงินเดือนและค่าจ้างทั้งปีของพนักงานรวมกัน หักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด แล้วนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบอัตราก้าวหน้า หากคำนวณแล้วเงินได้สุทธิต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี ผู้จ่ายเงินก็ไม่จำเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้ามีการหักภาษีไปแล้ว พนักงานสามารถขอคืนเมื่อยื่นภาษีประจำปีได้

ค่าจ้างทำงานหรือบริการ

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีค่าจ้างทำงานหรือบริการทั่วไป เช่น การจ้างฟรีแลนซ์ จะใช้วิธีการคำนวณแบบเดียวกับกรณีค่าจ้างและเงินเดือนของพนักงาน หากผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคล หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ค่าจ้างทำงานหรือบริการนี้

ค่าจ้างผลิตสินค้า จ้างรับเหมา ทำของ

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีการจ้างรับเหมา ทำของ แตกต่างจากการจ้างงานทั่วไปที่ผู้ว่าจ้างไม่ได้จัดหาอุปกรณ์หรือวัสดุใด ๆ ให้ ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์หรือจัดหาสิ่งของทั้งหมดด้วยตนเอง โดยมีอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ที่ 3% ของยอดเงินที่จ่าย ยกเว้น การจ่ายเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สถานศึกษา และผู้รับจ้างที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ค่าจ้างบริการวิชาชีพอิสระ

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีที่เป็นการจ้างบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพอิสระดังนี้ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ประณีตศิลป์ และวิชาชีพโรคศิลปะ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของยอดเงินที่จ่าย โดยไม่คำนึงว่าผู้รับเงินจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

การเช่าพื้นที่เพื่อประกอบกิจการ

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น การเช่าสำนักงาน โกดัง หรือพื้นที่เพื่อประกอบกิจการ โดยผู้เช่ามีสิทธิ์ในการถือกุญแจ และเข้าใช้สถานที่ได้ตลอดระยะเวลาการเช่า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของค่าเช่า แต่กรณีเช่าสถานที่จัดงานเป็นครั้งคราว โดยผู้เช่าไม่มีสิทธิ์ในการถือกุญแจ ถือเป็นการจ้างบริการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3%

ค่าบริการขนส่ง

อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีค่าบริการขนส่ง การจ้างบริการขนส่งจากผู้ประกอบการภาคเอกชนหรือนิติบุคคล ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการขนส่งตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของค่าบริการขนส่ง ยกเว้นไปรษณีย์ไทย ถือเป็นหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

สรุปบทความ 

การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้อง มีความซับซ้อนและต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายภาษีเป็นอย่างดี ดังนั้น การใช้บริการโปรแกรมทำเงินเดือนที่มีระบบคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณและหักภาษี ณ ที่จ่ายได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาด ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Scroll to Top