รู้จัก Productivity คืออะไร? สำคัญอย่างไร?
By
Humanica Author
พฤษภาคม 8, 2026

รู้จัก Productivity คืออะไร? สำคัญอย่างไร?
By Humanica Author / 20 มิถุนายน 2025
Productivity กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในการทำงานและองค์กรต่าง ๆ การมี Productivity คือ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน และเมื่อผสมผสานกับ Talent Management ที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างพนักงานที่มีความสามารถสูงและมีผลิตภาพในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
Productivity คืออะไร?
Productivity หรือผลิตภาพ หมายถึง ความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเวลา แรงงาน หรือเทคโนโลยี ในบริบทของการทำงาน Productivity คือ การวัดประสิทธิภาพของพนักงานในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งในยุค Digital Transformation นี้ การวัดผลิตภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปริมาณงานเท่านั้น แต่รวมถึงคุณภาพของผลงานและความสามารถในการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย
Productivity มีความสำคัญอย่างไร?
ความสำคัญของ Productivity ต่อองค์กรนั้นสามารถมองได้หลายมิติ เมื่อพนักงานมีผลิตภาพสูง องค์กรจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ Productivity คือ ตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินประสิทธิผลของการลงทุนในด้านทรัพยากรบุคคล และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเติบโตในระยะยาว
Productivity ที่ดีมีอะไรบ้าง
- คุณภาพของผลงาน – งานที่ส่งมอบมีมาตรฐานสูงและตรงตามความต้องการ
- การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ – สามารถทำงานเสร็จตามกำหนดเวลาหรือเร็วกว่า
- ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม – สามารถคิดหาวิธีการทำงานที่ดีขึ้น
- การทำงานร่วมกันเป็นทีม – ประสานงานได้ดีและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน
- การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว – สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างระหว่าง Productivity และ Efficiency
หลายคนมักจะสับสนระหว่าง Productivity และ Efficiency แต่ความจริงแล้วทั้งสองมีความหมายที่แตกต่างกัน Efficiency หมายถึงความสามารถในการทำงานให้ถูกต้องและมีคุณภาพสูง ในขณะที่ Productivity คือ การวัดผลลัพธ์เทียบกับทรัพยากรที่ใช้ไป เช่น การทำงาน 2 ชิ้นในเวลาเท่าเดิมถือว่ามี Productivity สูงขึ้น แม้ว่าคุณภาพจะเท่าเดิม
วิธีสร้าง Productivity ที่ดี
การสร้าง Productivity ที่ยั่งยืนต้องอาศัยการดำเนินการหลายด้านร่วมกัน ทั้งจากฝ่ายบริหารและพนักงาน โดยต้องมีการวางแผนที่ชัดเจนและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
1. ปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของ (Ownership)
การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในงานจะช่วยให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานให้ดีที่สุด โดยองค์กรควรให้อำนาจในการตัดสินใจและแบ่งปันเป้าหมายองค์กรให้พนักงานเข้าใจ การมี Ownership จะทำให้พนักงานรู้สึกว่างานของตนมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร
2. พิจารณาและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสม
การทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่ม Productivity องค์กรควรกำจัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และสร้าง Training Roadmap ที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานเข้าใจกระบวนการใหม่ การมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานจะช่วยลดเวลาและข้อผิดพลาดในการทำงาน
3. สนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
พนักงานที่มีสุขภาพกายและใจที่ดีจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ องค์กรควรจัดหาสวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุม เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานจะส่งผลโดยตรงต่อ Productivity คือ การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
4. พัฒนาทักษะและความรู้ผ่านการฝึกอบรม
การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Productivity องค์กรควรจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรที่เชื่อมโยงกับ Performance Management เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน การลงทุนในการพัฒนาคนจะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
5. พัฒนาและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน
วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและสนับสนุนการเรียนรู้จะช่วยส่งเสริม Productivity ให้เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ การสร้างบรรยากาศที่ให้พนักงานกล้าลองผิดลองถูก แบ่งปันความรู้ และช่วยเหลือกันจะทำให้ทุกคนในองค์กรเติบโตไปด้วยกัน
6. นำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือช่วย
การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะช่วยลดเวลาในการทำงานและเพิ่มความแม่นยำ นอกจากนี้ การมีระบบที่ดียังช่วยในการวางแผน Career Path ของพนักงานผ่านข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ การลงทุนในเทคโนโลยีที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่ม Productivity คือ การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
4 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงความพึงพอใจและประสิทธิผลของพนักงาน

ความพึงพอใจของพนักงานมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ Productivity ขององค์กร โดยมีองค์ประกอบหลัก 4 ด้านที่ต้องให้ความสำคัญ
1. บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน (Work Environment)
สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีจะช่วยให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นกับงานได้อย่างเต็มที่ การจัดพื้นที่ทำงานให้เป็นระเบียบ มีแสงสว่างเพียงพอ อุณหภูมิที่เหมาะสม และลดสิ่งรบกวนต่าง ๆ จะส่งผลดีต่อ Productivity อย่างเห็นได้ชัด
2. การดูแลสุขภาวะรอบด้านของพนักงาน (Employee Wellness)
สุขภาวะที่ดีทั้งทางกายและใจเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ องค์กรควรมีโครงการส่งเสริมสุขภาพ การจัดกิจกรรมผ่อนคลาย และการสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เพื่อให้พนักงานมีพลังในการสร้าง Productivity คือ สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ
3. ค่านิยมและบรรยากาศองค์กร (Work Culture)
วัฒนธรรมองค์กรที่เชิดชูการทำงานร่วมกัน การให้เกียรติกัน และการสนับสนุนการเติบโต จะสร้างแรงจูงใจให้พนักงานอยากทำงานให้ดีที่สุด การมีค่านิยมร่วมกันจะทำให้ทุกคนมุ่งไปในทิศทางเดียวกันและเพิ่ม Productivity โดยรวม
4. ระบบและขั้นตอนการดำเนินงาน (Processes)
กระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและชัดเจนจะช่วยลดเวลาที่สูญเสียไปกับการสับสน การมีระบบการสื่อสาร การอนุมัติ และการติดตามงานที่ดี จะทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและมี Productivity คือ ผลลัพธ์ที่เกิดจากระบบที่ดี
สรุปบทความ Productivity
Productivity เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว การสร้างผลิตภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งการพัฒนาคน ปรับปรุงระบบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย หากองค์กรของคุณต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนา Productivity และบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ Humanica พร้อมให้บริการในฐานะ HR Consultant ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งบริการ HR Outsourcing ที่ครอบคลุมทุกด้านการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่ระบบ ERP, บริการทางการเงินและบัญชี ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรด้วยระบบ Workplaze ที่ทันสมัย