Strategic Sourcing จากข้อมูล ERP สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจอย่างไร?
By
Humanica Author
พฤษภาคม 8, 2026

Strategic Sourcing จากข้อมูล ERP สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจอย่างไร?
By Humanica Author / 20 มกราคม 2026
ปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด ข้อมูล (Data) คืออาวุธสำคัญที่กำหนดทิศทางขององค์กร โดยเฉพาะในส่วนงานหลังบ้านที่หลายคนอาจมองว่าเป็นงานประจำ (Routine Operation) แต่แท้จริงแล้วมันคือแหล่งข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด บทความนี้จาก Humanica จะพาไปดูว่าการทำ Data Sourcing คืออะไร ข้อมูลที่มาจากระบบ ERP จะสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างไร
การจัดหา (Sourcing) คืออะไร?
Sourcing คือ กระบวนการที่เป็นระบบในการระบุ ประเมิน และคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล และสามารถจัดส่งได้ตรงตามเวลาที่กำหนด การทำ Sourcing ที่ดีจึงเป็นด่านแรกที่สร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ช่วยควบคุมต้นทุน และรับประกันความต่อเนื่องในการดำเนินงานของธุรกิจ
Sourcing vs. Procurement ต่างกันอย่างไร?
แม้คำว่า Sourcing และ Procurement (การจัดซื้อจัดจ้าง) จะถูกใช้สลับกันบ่อยครั้ง แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกัน ดังนี้
- การจัดหา (Sourcing)
- เน้นที่กลยุทธ์ (Strategic Focus) : เป็นขั้นตอนต้นน้ำที่มุ่งเน้นการค้นหา การประเมิน และการสร้างความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ในระยะยาว
- กิจกรรมหลัก : การวิจัยตลาด, การเจรจาเงื่อนไขและราคา, การทำสัญญา, และการสร้างฐานซัพพลายเออร์ที่ยืดหยุ่น
- การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
- เน้นที่การดำเนินงาน (Operational Focus) : ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การรับรู้ความต้องการไปจนถึงการจ่ายเงิน
- กิจกรรมหลัก : การสร้างใบสั่งซื้อ (Purchase Order – PO), การรับสินค้า, การตรวจสอบและอนุมัติใบแจ้งหนี้, และการชำระเงินให้ซัพพลายเออร์
กล่าวคือ Sourcing เป็นองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญส่วนหนึ่งของกระบวนการ Procurement โดยรวมนั่นเอง
Strategic Sourcing คืออะไร?
Strategic Sourcing คือ แนวทางการจัดหาที่เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) และมุ่งเน้นผลลัพธ์ในระยะยาว Sourcing ประเภทนี้ไม่เพียงแต่มองหาต้นทุนที่ต่ำที่สุดในทันที แต่จะพิจารณาในวงกว้างกว่านั้น รวมถึงคุณภาพของซัพพลายเออร์ ความน่าเชื่อถือ ความยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือ Total Cost of Ownership (TCO) หรือต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ทำให้งานจัดหาเปลี่ยนจากการปฏิบัติการประจำวันไปเป็นกิจกรรมเชิงกลยุทธ์
ทำไมเราต้องมี Strategic Sourcing?
บ่อยครั้งที่งานหลังบ้านถูกมองว่าเป็นเพียงงาน Operation ที่ต้องทำซ้ำ ๆ แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น งานจัดหาสามารถถูกยกระดับเป็น Strategic Sourcing ได้ โดยเน้นการมองภาพรวมระยะยาวเพื่อให้ได้ต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด (TCO) และนี่คือจุดที่ระบบ ERP เข้ามาช่วยได้มาก เพราะระบบจะช่วยรวบรวมข้อมูลการซื้อจากทุกหน่วยงาน Sourcing ที่เกิดขึ้น แยกประเภทซัพพลายเออร์/ผู้ขาย และเปรียบเทียบต้นทุนที่เกิดขึ้นจากแต่ละเจ้าหรือคำสั่งซื้อในแต่ละหมวดหมู่ ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการใช้จ่ายที่ชัดเจน และสามารถเปลี่ยนจาก “การซื้อ” เป็น “กลยุทธ์การจัดหา” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลได้ทันที
7 ขั้นตอนการจัดหาเชิงกลยุทธ์ (Strategic Sourcing)

รวม 7 ขั้นตอนการจัดหาเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ซัพพลายเออร์ที่ดีที่สุด
1. กำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินซัพพลายเออร์
เริ่มต้นด้วยการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจนและมีน้ำหนัก (Weighted Scorecard) เช่น คุณภาพ ต้นทุน ความสามารถในการส่งมอบ สุขภาพทางการเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) หากสินค้ามีความสำคัญสูงต่อธุรกิจ เกณฑ์ในการประเมินก็จะยิ่งเข้มข้น
2. หาซัพพลายเออร์ที่มีศักยภาพ
ดำเนินการวิจัยตลาดเพื่อรวบรวมรายชื่อซัพพลายเออร์ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการเบื้องต้น โดยควรมีรายชื่ออย่างน้อย 3 รายเพื่อเปรียบเทียบ จากนั้นทำการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อดูว่าซัพพลายเออร์รายใดบ้างที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนแรก
3. พัฒนากลยุทธ์การจัดหาและประเมินซัพพลายเออร์
พัฒนาเอกสาร Sourcing (เช่น RFI/RFP/RFQ) ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การจัดหาที่วางไว้ และทำการประเมินเชิงลึก เช่น การขอตัวอย่าง การเยี่ยมชมโรงงาน หรือการทำ SWOT Analysis เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและความเสี่ยงของซัพพลายเออร์ที่ถูก Shortlist ซึ่งขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการทำ Strategic Sourcing
4. วิเคราะห์ข้อเสนอของซัพพลายเออร์
ประเมินข้อเสนอที่ได้รับจากซัพพลายเออร์ที่ถูกคัดเลือก โดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 โดยต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ราคาตั้งต้น แต่รวมถึง Total Cost of Ownership และความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิค
5. เจรจาต่อรองและคัดเลือกซัพพลายเออร์
เข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ที่ติดอันดับ (Shortlist) เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และการบริการหลังการขาย จุดเน้นคือการสร้างข้อตกลงที่ยุติธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ในระยะยาว
6. เจรจาสัญญาและลงนามข้อตกลง
จัดทำและลงนามในสัญญาที่เป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย (Legally Binding Contract) กับซัพพลายเออร์ที่ได้รับเลือก ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องมีการปรึกษาและตรวจสอบโดยทีมกฎหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงและกำหนด KPI ในการติดตามผล
7. ติดตามสัญญา และพัฒนาซัพพลายเออร์
หลังจากลงนามแล้ว ต้องมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของซัพพลายเออร์อย่างต่อเนื่องด้วย KPI ที่ชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าได้มาตรฐานตามสัญญา และร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ
ยกระดับการจัดหาเชิงกลยุทธ์ด้วย Data Sourcing ที่ตอบโจทย์

เมื่อพูดถึงซอฟต์แวร์จัดหาเฉพาะทาง (Sourcing Software) ในปัจจุบัน หลายบริษัทชั้นนำระดับโลกพยายามผนวกความสามารถในการ Sourcing เข้าไปในระบบ ERP ของตนเอง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือก มีดังนี้
- ความสามารถของ ERP : แม้ว่าฟังก์ชัน Sourcing ที่อยู่ในระบบ ERP อาจจะไม่สามารถเทียบเท่าซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่เน้น Source-to-Pay ได้ทั้งหมด แต่ ERP ระดับโลกหลายตัวก็มีโมดูลที่ช่วยในการจัดหาได้ในระดับที่ดี เช่น NetSuite ที่มีความสามารถด้าน Procurement/Supplier Management และการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อ หรือ ระบบ SAP S/4HANA Cloud ERP Public Edition ที่เน้นด้าน Supply Chain Management ซึ่งทาง Humanica ERP เป็นพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและวางระบบให้ตอบโจทย์ธุรกิจทุกรูปแบบ
- การเชื่อมโยงข้อมูล : ซอฟต์แวร์ควรให้มุมมอง 360 องศาของกิจกรรม Supply Chain ทั้งหมด และต้องเชื่อมต่อกับระบบ ERP ที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น
- การวิเคราะห์ขั้นสูง : มีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI/ML เพื่อช่วยในการวิเคราะห์การใช้จ่าย (Spend Analysis) ระบุโอกาสในการประหยัดต้นทุน และติดตามประสิทธิภาพซัพพลายเออร์แบบเรียลไทม์
- Cloud Deployment : ควรเป็นโซลูชันบน Cloud เพื่อความยืดหยุ่น การเข้าถึงระยะไกล และลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ
- ความเชี่ยวชาญของพันธมิตร : การเลือกผู้ติดตั้งระบบอย่าง Humanica ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้าน Consult และ Design Solution จะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถใช้ฟังก์ชัน Sourcing ที่มีอยู่ใน ERP ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
สรุปบทความ
การทำ Strategic Sourcing ไม่ใช่แค่การต่อรองราคาให้ถูกที่สุด แต่คือการใช้ข้อมูลจากระบบ ERP เพื่อเปลี่ยนงาน Operation ให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจที่ปรับใช้ Data-driven Strategic Sourcing จาก Humanica ERP ช่วยให้ประเมิน TCO ได้อย่างแม่นยำ บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์ในระยะยาว
Humanica ERP เป็นพาร์ตเนอร์ด้าน Consultants and Design Solution ให้กับลูกค้าทุกระดับ ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรระดับใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่เราออกแบบและแนะนำไปนั้น จะตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้าได้จริง
FAQs
1. Strategic Sourcing ช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร?
ช่วยลดต้นทุนได้โดยการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่าย (Spend Analysis) อย่างละเอียด เพื่อหาโอกาสในการรวมปริมาณการซื้อ (Volume Consolidation) เจรจาเงื่อนไขที่ดีขึ้น และพิจารณา TCO แทนราคาหน้าตัก
2. โมดูล Sourcing ในระบบ ERP ต่างจากซอฟต์แวร์เฉพาะทางมากน้อยแค่ไหน?
โมดูล Sourcing ใน ERP เช่น NetSuite หรือ ระบบ SAP จะเน้นการบูรณาการข้อมูลเข้ากับระบบบัญชีและการเงินหลัก เพื่อให้เห็น Total Cost of Ownership ทันที ในขณะที่ซอฟต์แวร์เฉพาะทางมักจะมีฟังก์ชัน Source-to-Contract ที่ลงลึกในรายละเอียดกิจกรรมการประมูล (Auction) และการจัดการสัญญา (CLM) ที่ซับซ้อนกว่า อย่างไรก็ตาม ระบบ ERP ใหม่ ๆ มักจะพัฒนาฟังก์ชันเหล่านี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น
3. จะเริ่มต้นทำ Strategic Sourcing ในองค์กรได้อย่างไร?
เริ่มต้นด้วยการทำ Spend Analysis โดยดึงข้อมูลการซื้อย้อนหลังจากระบบบัญชีหรือ ERP เพื่อจัดหมวดหมู่การใช้จ่าย จากนั้นกำหนดทีม Cross-Functional Team และเลือกพันธมิตรอย่าง Humanica เพื่อช่วยออกแบบกลยุทธ์การจัดหาที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ