เงินโบนัส ตัวการสำคัญสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน
By
Humanica Author
พฤษภาคม 13, 2026

เงินโบนัส ตัวการสำคัญสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน
By Humanica Author / 19 ธันวาคม 2024
เงินโบนัสเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ HR Analytics มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในบริษัท โดยเน้นเรื่องการเสนอสวัสดิการและรางวัลให้แก่พนักงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเอาชนะเป้าหมาย และหมั่นพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เงินโบนัสคืออะไร
เงินโบนัส คือ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่บริษัทจ่ายให้แก่พนักงานนอกเหนือจากเงินเดือน อันเนื่องจากผลประกอบการบรรลุตามเป้าหมาย หรือเปอร์เซ็นต์ของกำไรมากขึ้น ทั้งนี้เงินโบนัสอาจเป็นหนึ่งในสวัสดิการหรือไม่เป็นก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท
เงินโบนัสจำเป็นต้องจ่ายหรือไม่
ไม่มีกฎข้อบังคับใด ๆ ที่ระบุว่า บริษัทต้องจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะหากบริษัทอยู่ในสถานการณ์ที่ขาดทุนหรือผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ แต่มีข้อยกเว้นที่บริษัทต้องจ่ายในกรณีที่สัญญาจ้างงานระบุเงื่อนไขชัดเจนว่า บริษัทการันตีที่จะจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานในทุก ๆ ปี
รูปแบบการจ่ายเงินโบนัส

การจ่ายเงินโบนัสที่บริษัทชั้นนำนิยมนำมาใช้มี 4 รูปแบบด้วยกัน โดยแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้
- เงินโบนัสประจำไตรมาส : เป็นการนำเงินโบนัสก้อนใหญ่มาเฉลี่ยจ่ายให้แก่พนักงานทุก 3 เดือน รวม 4 ไตรมาส วิธีนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันสูง เช่น สายเทคโนโลยีหรือการเงินที่ต้องการความว่องไว
- เงินโบนัสแบบแบ่งงวด : แบ่งออกเป็น 2 งวด ได้แก่ งวดปลายปี ส่วนใหญ่จะได้รับเท่า ๆ กัน ส่วนงวดกลางปี มักจะได้รับตามผลประเมินจากการทำงาน วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในบริษัทที่มีขนาดใหญ่
- เงินโบนัสประจำปี : บางบริษัทจะมีการการันตีโบนัสให้กับพนักงาน เช่น เงินโบนัส 1 เดือน หรือ 3 เดือน ในกรณีที่บริษัทไม่มีการการันตี เงินโบนัสที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของปีนั้น ๆ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในบริษัทที่มีขนาดใหญ่เช่นกัน
- เงินโบนัสตามผลงาน : เป็นโบนัสที่จ่ายตามการประเมินผลการทำงานของพนักงานแต่ละคน เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการผลักดันพนักงานให้มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ ผลงานที่โดดเด่นมักจะได้รับการตอบแทนในรูปแบบโบนัสเพิ่มเติมจากโบนัสปกติ
เกณฑ์ในการให้โบนัสพนักงาน

ถึงแม้โบนัสจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน แต่เมื่อมีข้อดีย่อมมีข้อเสีย พนักงานบางคนอาจถูกเอาเปรียบจากเรื่องนี้ได้ เพราะฉะนั้นหัวข้อนี้จะมาพูดถึงเกณฑ์ที่ใช้ในการให้โบนัสพนักงาน
1. ผลประกอบการของบริษัท
เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของพนักงาน หากผลประกอบการสำเร็จตามเป้า หรือสำเร็จเกินเป้าที่กำหนดไว้ เปอร์เซ็นต์เงินโบนัสที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้น
2. ผลการทำงานของพนักงานแต่ละคน
ถึงจะอยู่ในบริษัทที่มีผลประกอบการสูง แต่ใช่ว่าพนักงานทุกคนจะได้รับโบนัสเท่ากัน หากบริษัทมีนโยบายการให้โบนัสตามผลงาน โดยพนักงานจะได้รับเงินโบนัสต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินผลงานของแต่ละคน
3. ผลการทำงานของทีม
สำหรับเกณฑ์ในการให้โบนัสแบบทีม นอกจากจะสามารถวัดคุณภาพการทำงานจากรายงานผลประกอบการแล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของการเป็นทีมเวิร์คได้อีกด้วย โดยแบ่งสัดส่วนเงินโบนัสให้สูงกว่าทีมอื่น
โบนัสระบบผสม
ระบบนี้รวมข้อดีของการให้โบนัสตามผลงานและโบนัสแบบทีม โดยพิจารณาทั้งผลการทำงานของพนักงานแต่ละคนและทีมในภาพรวม เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนผลงานส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน
การประเมินผลแบบแบ่งเกรด
ในหลายบริษัทจะมีการแบ่งเกรดในการประเมินผล เพื่อกำหนดอัตราส่วนของเงินโบนัสที่แตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการทำงานดีจะได้รับโบนัสมากขึ้นตามระดับที่ได้รับ โดยใช้เกณฑ์ดังนี้
- ระดับ S (สูงที่สุด) = จะได้รับโบนัส 1.4 เท่าของเงินเดือน
- ระดับ A = จะได้รับโบนัส 1.2 เท่าของเงินเดือน
- ระดับ B = จะได้รับโบนัส 1.0 เท่าของเงินเดือน
- ระดับ C (ต่ำที่สุด) = จะได้รับโบนัส 0.8 เท่าของเงินเดือน
สูตรคำนวณโบนัส
สูตรการคำนวณโบนัสทั่วไปที่ใช้ในการบริหารจัดการประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ผลประกอบการประจำปีของบริษัท, เกณฑ์การประเมินผลการทำงานของพนักงานแต่ละคน, รูปแบบการจ่ายเงินโบนัส, และน้ำหนักคะแนนประเมินในแต่ละระดับ ตัวอย่างเช่น
(เงินเดือน) x (เปอร์เซ็นต์โบนัสที่กำหนด) x (ผลการประเมินระดับผลงาน) = โบนัส
ตัวอย่างเช่น นาย A มีเงินเดือน 50,000 บาท และบริษัทกำหนดโบนัสไว้ที่ 25% จ่ายเป็นรูปแบบไตรมาส โดยมีผลการประเมินที่ระดับ A ซึ่งมีค่าน้ำหนักอยู่ที่ 1.2 โบนัสที่พนักงานจะได้รับคือ
50,000 x 0.25 x 1.2 = 15,000 บาท ต่อไตรมาส เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การคำนวณโบนัสเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งแต่ละบริษัทมีการคำนวณที่แตกต่างกัน
โบนัสมีผลต่อความภักดีต่อองค์กร
เงินโบนัสไม่ได้เป็นเพียงรางวัลที่กระตุ้นการทำงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการสร้างความภักดีของพนักงานต่อองค์กร การจ่ายโบนัสอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทเห็นคุณค่าในความทุ่มเทของพวกเขา ทำให้เกิดความผูกพันและความไว้วางใจที่มีต่อองค์กร ส่งผลให้พนักงานมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรนานขึ้น
- การจ่ายโบนัสที่สะท้อนถึงผลประกอบการจริง ช่วยให้พนักงานเห็นว่าบริษัทมีความโปร่งใสและแบ่งปันความสำเร็จในอัตราที่เหมาะสม
- การชี้แจงเกณฑ์การประเมินและอัตราการจ่ายโบนัสให้ชัดเจน ช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงที่มาที่ไปของโบนัสที่ได้รับ
- การกำหนดเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับโบนัสเป็นอีกกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การที่บริษัทประกาศเป้าหมายรายปีให้ชัดเจน เช่น ผลการขายหรือโครงการสำคัญ พนักงานจะได้รับรู้ว่าหากองค์กรบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โบนัสจะได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม
- การจ่ายโบนัสให้ตรงตามเวลาที่กำหนดยังแสดงถึงความใส่ใจในพนักงาน การจ่ายโบนัสไม่ล่าช้าจะช่วยให้พนักงานเห็นว่าบริษัทเคารพและให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนที่พนักงานสมควรได้รับ
สรุปบทความ
ถึงไม่มีข้อบังคับในการจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงาน แต่หลายบริษัทเลือกใช้วิธีนี้ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเข้ามาทำงาน รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานต้องการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ ตัวช่วยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยกำหนดเกณฑ์การให้รางวัลพนักงาน Workforce Analytics and Insights ที่สามารถดู Performance Report นำข้อมูลของพนักงานเชิงลึกมาวิเคราะห์ เพื่อเสริมจุดแข็ง พัฒนาจุดอ่อนของพนักงานแต่ละคนอย่างตรงจุด