โครงสร้างองค์กร (Organizational Chart) คืออะไร? มีกี่แบบ?
By
Humanica Author
พฤษภาคม 8, 2026

โครงสร้างองค์กร (Organizational Chart) คืออะไร? มีกี่แบบ?
By Humanica Author / 23 เมษายน 2025
ในยุค Digital Transformation ที่ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร? หากคุณเป็นผู้บริหารหรือพนักงานในองค์กรไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเอกชน หน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ การเข้าใจโครงสร้างองค์กรถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองและมองเห็นภาพรวมการทำงานในองค์กรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โครงสร้างองค์กรคืออะไร
โครงสร้างองค์กร คือ แผนผังที่แสดงถึงตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ภายในองค์กร รวมถึงแสดงสายการบังคับบัญชาและความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในแต่ละตำแหน่ง ช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงบทบาทและความรับผิดชอบของตนเอง อีกทั้งยังช่วยให้เห็น Career Path ได้อย่างชัดเจน ทำให้พนักงานสามารถวางแผนเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของตนได้อย่างเหมาะสม
โครงสร้างองค์กร สำคัญอย่างไร
โครงสร้างองค์กรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการ เพราะช่วยให้เกิดความชัดเจนในการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ กฎ ระเบียบ และการสื่อสารภายในองค์กร ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังช่วยในการจัดทำ Training Roadmap ให้ตรงกับตำแหน่งงานและความรับผิดชอบ ทำให้บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ และสนับสนุนการเติบโตในสายอาชีพอย่างมีทิศทาง
โครงสร้างองค์กรประกอบด้วยอะไรบ้าง
โครงสร้างองค์กรที่สมบูรณ์จะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้
- วัตถุประสงค์ (Objective) – เป้าหมายหลักในการจัดทำโครงสร้างองค์กร
- สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) – ลำดับขั้นของอำนาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจ
- ระดับตำแหน่ง (Levels) – การจัดลำดับชั้นของตำแหน่งงานและภาระหน้าที่
- ขนาดการควบคุม (Span of Control) – จำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผู้บริหารหรือหัวหน้างานสามารถดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เอกภาพการบังคับบัญชา (Unity of Command) – หลักการที่ผู้ใต้บังคับบัญชาควรรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียว
โครงสร้างองค์กรประกอบด้วย 7 แบบ

โครงสร้างองค์กรในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ ขนาด และวัฒนธรรมองค์กร ต่อไปนี้คือ 7 รูปแบบโครงสร้างองค์กรที่นิยมใช้กันมาก
1. โครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้น (Hierarchical Structure)
โครงสร้างแบบนี้จะเป็นรูปแบบปิรามิด โดยมี CEO อยู่ในตำแหน่งสูงสุด และไล่ลำดับลงมาตามสายการบังคับบัญชา ทำให้เห็นความก้าวหน้าในสายอาชีพได้ชัดเจน และกระตุ้นให้พนักงานพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างนี้อาจทำให้การตัดสินใจล่าช้าเนื่องจากต้องผ่านหลายระดับชั้น
2. โครงสร้างองค์กรแบบแนวนอนหรือแบน (Horizontal/Flat Structure)
โครงสร้างแบบนี้มีระดับการบริหารน้อย ทำให้ผู้บริหารและพนักงานอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่งเสริมการสื่อสารที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เหมาะสำหรับบริษัทขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพที่ต้องการความคล่องตัวและการตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่อาจมีข้อจำกัดเมื่อองค์กรเติบโตขึ้น
3. โครงสร้างองค์กรตามหน้าที่ (Functional Structure)
โครงสร้างนี้แบ่งตามความเชี่ยวชาญหรือหน้าที่ เช่น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทำให้พนักงานสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้อย่างลึกซึ้ง และช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ แต่อาจทำให้เกิดการแยกส่วนและขาดการบูรณาการระหว่างแผนก
4. โครงสร้างองค์กรแบบแมททริกซ์ (Matrix Structure)
โครงสร้างนี้ผสมผสานระหว่างโครงสร้างตามหน้าที่และโครงสร้างตามโปรเจค พนักงานจะรายงานต่อทั้งหัวหน้าฝ่ายและหัวหน้าโปรเจค ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน แต่อาจเกิดความขัดแย้งในการรายงานและการจัดลำดับความสำคัญ
5. โครงสร้างองค์กรตามแผนก (Divisional Structure)
โครงสร้างนี้แบ่งตามผลิตภัณฑ์ พื้นที่ภูมิศาสตร์ หรือกลุ่มลูกค้า แต่ละหน่วยงานจะมีความเป็นอิสระในการดำเนินงานและมีทรัพยากรของตนเอง ทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจมีการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขาดการแบ่งปันทรัพยากรระหว่างหน่วยงาน
6. โครงสร้างองค์กรแบบทีม (Team-based Structure)
โครงสร้างนี้มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม โดยแต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิกที่มีทักษะหลากหลาย และมีอิสระในการตัดสินใจ ทำให้เกิดความคล่องตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ดี เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และการปรับตัวที่รวดเร็ว แต่อาจมีความท้าทายในการประสานงานระหว่างทีม
7. โครงสร้างองค์กรแบบเครือข่าย (Network Structure)
โครงสร้างนี้มีลักษณะกระจายอำนาจ โดยมีสำนักงานใหญ่เป็นศูนย์กลางและเชื่อมโยงกับหน่วยงานย่อยหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากภายนอก แต่อาจมีความท้าทายในการควบคุมและประสานงาน
สรุปบทความ โครงสร้างองค์กร

การเลือกโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ไม่มีโครงสร้างใดที่เหมาะสมกับทุกองค์กร แต่ละองค์กรจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ทั้งขนาด ประเภทธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อเลือกโครงสร้างที่สอดคล้องกับความต้องการ
หากคุณกำลังมองหาบริการ HR Consulting หรือ HR Outsourcing เพื่อวางโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม Humanica พร้อมให้คำปรึกษาด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี เรายินดีเป็น Business Partner ของคุณในการวิเคราะห์และพัฒนาโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอแนะที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณวันนี้