5 ประโยชน์ของการลาพักร้อน
By
ตุลาคม 7, 2026

การลาพักร้อนไม่ใช่รางวัลสำหรับคนที่ทำงานหนักจนหมดแรง แต่การลาพักร้อนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Employee Wellbeing เพราะช่วยให้พนักงานฟื้นฟูพลังงาน ลดความเครียด และกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลักฐานล่าสุดสนับสนุนมุมมองนี้ งาน meta-analysis ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Applied Psychology ปี 2025 และถูกรายงานต่อในปี 2026 พบว่า vacation มีผลเชิงบวกต่อ wellbeing ของพนักงาน โดยเฉพาะเมื่อช่วยลดความเครียดจากงานและเปิดโอกาสให้เกิด psychological detachment หรือการวางใจออกจากเรื่องงานอย่างแท้จริง
การพักร้อนไม่ได้หมายถึงการ “ไม่รับผิดชอบ”
หลายคนอาจลังเลที่จะลาพักร้อน เพราะกังวลว่างานจะค้าง ทีมจะลำบาก หรือกลับมาแล้วต้องรับมือกับงานที่สะสมกว่าเดิม แต่การพักอย่างมีแผนไม่ใช่การละทิ้งความรับผิดชอบ ตรงกันข้าม เป็นการบริหารพลังงานและความพร้อมของตนเอง
การทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงฟื้นตัวอาจทำให้คนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า จดจ่อได้ยาก ตัดสินใจช้าลง หรือมองงานด้วยความตึงเครียดมากขึ้น การพักจึงเป็นจังหวะที่ช่วยให้เราเว้นระยะจากแรงกดดันเดิม ทบทวนสิ่งที่สำคัญ และกลับมาทำงานด้วยมุมมองที่สดใหม่กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การลาพักร้อนไม่ใช่ทางออกเดียวของความเครียดเรื้อรังหรือ burnout หาก workload กระบวนการทำงาน หรือความคาดหวังในองค์กรยังไม่เปลี่ยน การพักเพียงครั้งเดียวอาจช่วยฟื้นตัวได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ต้นเหตุเชิงระบบได้ทั้งหมด
5 ประโยชน์ของ Vacation ต่อคนทำงาน
1. ช่วยลดความเครียดจากงาน
ประโยชน์พื้นฐานของ vacation คือการทำให้คนทำงานได้ออกจาก routine เดิม ลดการเผชิญกับแรงกดดันในแต่ละวัน และมีเวลาจัดการกับพลังงานของตนเอง งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า vacation ช่วยยกระดับตัวชี้วัดด้านสุขภาพใจ โดยส่วนสำคัญมาจากการลด work-related stress และการหยุดคิดวนเรื่องงาน
การพักที่มีคุณภาพจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางไกลเสมอไป วันพักที่ได้ทำกิจกรรมเรียบง่าย อยู่กับคนใกล้ชิด หรือใช้เวลากับสิ่งที่ตนสนใจ ก็สามารถเป็นช่วงฟื้นตัวได้เช่นกัน
2. ช่วยให้สมองได้ “วางงาน” อย่างแท้จริง
การลาพักร้อนจะช่วยฟื้นพลังได้มากขึ้นเมื่อเราสามารถแยกตัวจากงานทั้งทางกายและทางใจ หรือ psychological detachment เช่น ไม่เช็กอีเมลตลอดวัน ไม่ตอบข้อความทุกการแจ้งเตือน และไม่ใช้เวลาพักไปกับการกังวลงานที่รออยู่
งานวิจัยด้าน recovery อธิบายว่าการตัดขาดทางจิตใจจากงานในช่วงนอกเวลางาน เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยฟื้นทรัพยากรด้านความคิดและอารมณ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับ wellbeing, work engagement, การเติบโตในอาชีพ และประสิทธิภาพระยะยาว
3. เติมพลังให้กลับมามีสมาธิและมุมมองใหม่
เมื่อสมองไม่ได้อยู่ในโหมดตอบสนองต่อเรื่องเร่งด่วนตลอดเวลา เรามักมีพื้นที่สำหรับการคิดภาพใหญ่ ทบทวนลำดับความสำคัญ และมองปัญหาจากมุมใหม่มากขึ้น
การพักไม่ได้ทำให้ทุกปัญหาหายไปทันที แต่ช่วยให้คนทำงานกลับมาพร้อมพลังงานทางความคิดที่มากขึ้น ซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในบทบาทที่ต้องรับมือกับข้อมูลและ stakeholder หลายฝ่าย
4. สนับสนุน wellbeing และความสัมพันธ์นอกงาน
Vacation สร้างพื้นที่ให้คนทำงานกลับมาเชื่อมต่อกับชีวิตนอกบทบาทงาน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน สุขภาพ งานอดิเรก หรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเป็นตัวเอง
ผลการสังเคราะห์งานวิจัยในปี 2025 พบว่าสุขภาวะของพนักงานดีขึ้นหลัง vacation และกิจกรรมทางกายกับกิจกรรมทางสังคมระหว่างวันหยุดสัมพันธ์กับผลด้าน wellbeing ที่ดีขึ้น นี่สะท้อนว่า “การพัก” ไม่จำเป็นต้องแปลว่าการไม่ทำอะไรเลย แต่คือการเลือกกิจกรรมที่ช่วยให้แต่ละคนฟื้นพลังในแบบของตัวเอง
5. ช่วยให้องค์กรรักษาประสิทธิภาพในระยะยาว
องค์กรที่สนับสนุนให้พนักงานใช้วันลาตามสิทธิ์อย่างเหมาะสม ไม่ได้กำลังลด productivity แต่กำลังลงทุนกับความยั่งยืนของทีม เพราะการฟื้นตัวเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการทำงานระยะยาว
งานวิจัยด้านการพักฟื้นจากงานชี้ว่าโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้นอย่าง lunch break และระยะยาวอย่าง weekend หรือ vacation มีความเกี่ยวข้องกับ wellbeing และ work engagement ที่ดีขึ้น สำหรับผู้นำ นี่หมายถึงการบริหารทีมให้มี capacity ที่สมจริง ไม่สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนรู้สึกผิดเมื่อลา และวางแผนส่งต่องานให้ทุกคนสามารถพักได้จริง
ลาพักร้อนอย่างไรให้ได้พักจริง
การลาพักร้อนที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ควรช่วยให้คุณลดการรับภาระจากงานและกลับมาดูแลความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น
- วางแผนวันลาและส่งต่องานล่วงหน้า โดยระบุงานสำคัญ ผู้รับผิดชอบ และช่องทางติดต่อกรณีจำเป็น
- ตั้ง out-of-office message เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบช่วงเวลาที่ไม่สามารถตอบกลับได้
- ตกลงกับหัวหน้าและทีมล่วงหน้าว่า เรื่องใดคือกรณีฉุกเฉินที่ต้องติดต่อจริง
- ลดการเช็กอีเมลหรือแชตงาน เพื่อให้สมองมีโอกาส disengage จากงาน
- เลือกกิจกรรมที่ช่วยให้คุณฟื้นพลัง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ออกกำลังกาย อยู่กับครอบครัว อ่านหนังสือ หรือนอนพัก
- กันเวลาในวันกลับมาทำงานเพื่อจัดลำดับความสำคัญใหม่ แทนการนัดประชุมเต็มวันทันที
บทบาทของผู้นำและ HR
การสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการพักผ่อนเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Employee Experience ที่ดี เพราะองค์กรต้องสร้างระบบที่ทำให้พนักงานสามารถใช้สิทธิ์ลาได้จริง
ผู้นำสามารถเริ่มจากการวางแผน capacity ของทีมล่วงหน้า ลดการส่งข้อความนอกเวลางานที่ไม่จำเป็น และเป็นตัวอย่างด้วยการลาพักและเคารพเวลาพักของผู้อื่น ขณะที่ HR สามารถใช้ข้อมูลวันลา ภาระงาน การทำ OT หรือ feedback ของพนักงานในภาพรวม เพื่อมองหาอุปสรรคเชิงระบบที่ทำให้คนไม่สามารถใช้วันลาได้อย่างเต็มที่
สิ่งสำคัญคือการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาการออกแบบงานและ Employee Experience ไม่ใช่เพื่อติดตามหรือกดดันว่าพนักงานแต่ละคน “ลามากหรือน้อยเกินไป” เพราะเป้าหมายขององค์กรคือการทำให้ทุกคนมีพื้นที่ฟื้นตัว และกลับมาสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง
มุมมองจาก Humanica
ที่ Humanica เราเชื่อว่า Employee Wellbeing และ Employee Experience เป็นส่วนสำคัญของการบริหารคนยุคใหม่ องค์กรสามารถใช้ HR Solution เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้าน People, Process และ Technology ช่วยให้ HR มองเห็นรูปแบบการทำงาน การใช้วันลา และปัจจัยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของพนักงาน
ผ่านแนวทางด้าน HR Digital Transformation องค์กรสามารถออกแบบกระบวนการทำงานและวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้พนักงานมีสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน พร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
การพักที่ดีไม่ใช่การถอยออกจากเป้าหมายขององค์กร แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้คนมีพลังพอที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างยั่งยืน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง











