อาการคล้าย ADHD ในวัยทำงานคืออะไร?
By
ตุลาคม 7, 2026

ในวันที่งานเร่ง การประชุมแน่น และการแจ้งเตือนเข้ามาไม่หยุด หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่าสมาธิหลุดง่าย ลืมงานบ่อย จัดลำดับความสำคัญไม่ถูก หรือเริ่มต้นงานยาก จนอาจตั้งคำถามว่า “เราเป็น ADHD หรือเปล่า?”
ในบริบทการทำงาน อาการคล้าย ADHD ในวัยทำงาน อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ความเครียดสะสม Burnout หรือรูปแบบการทำงานที่มีสิ่งรบกวนจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิและ Employee Wellbeing
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากอาการต่อเนื่อง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือทำให้รู้สึกทุกข์ใจ ควรปรึกษาจิตแพทย์ แพทย์ หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับการประเมินที่เหมาะสม
ADHD ในวัยทำงานคืออะไร?
ADHD หรือ Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder เป็นภาวะพัฒนาการทางระบบประสาท หรือ neurodevelopmental condition ที่ส่งผลต่อการจดจ่อ การวางแผน การจัดลำดับความสำคัญ การเริ่มและทำงานให้เสร็จ การควบคุมแรงกระตุ้น และในบางคนอาจมีความกระสับกระส่ายร่วมด้วย
ในผู้ใหญ่ อาการอาจไม่ได้แสดงเป็นการอยู่ไม่นิ่งอย่างชัดเจนเหมือนในเด็ก แต่ปรากฏในรูปแบบของการบริหารชีวิตและงานที่ยากขึ้น เช่น ลืม deadline ทำงานหลายอย่างพร้อมกันแต่ปิดงานยาก จัดการเวลาไม่ดี หลงลืมสิ่งของ สมาธิหลุดง่าย หรือรีบตัดสินใจโดยไม่ทันคิดผลที่ตามมา
สิ่งสำคัญคือ ADHD เป็นภาวะที่มีรูปแบบอาการต่อเนื่องมายาวนาน โดยการประเมินในผู้ใหญ่จะพิจารณาประวัติอาการตั้งแต่วัยเด็ก ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในหลายบริบท และการแยกจากภาวะอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกัน ไม่ใช่พิจารณาจากการมีสมาธิลดลงในช่วงเวลาหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ทำไมความเครียดและ Burnout จึงดูคล้าย ADHD?
ความเครียดเรื้อรังทำให้สมองใช้ทรัพยากรไปกับการเฝ้าระวัง กังวล และรับมือกับแรงกดดัน จึงเหลือพลังงานสำหรับสมาธิ ความจำใช้งาน หรือ working memory และการตัดสินใจน้อยลง คนทำงานจึงอาจรู้สึกว่าตนเอง “คิดไม่ออก” “เริ่มงานไม่ถูก” หรือ “หลุดโฟกัสตลอดเวลา”
ขณะที่ Burnout ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO เป็นปรากฏการณ์ในบริบทการทำงานที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานซึ่งไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี 3 มิติหลัก ได้แก่ ความรู้สึกหมดแรงหรือพลังงานลดลง ความรู้สึกห่างเหินจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องานมากขึ้น และความรู้สึกถึงประสิทธิผลในการทำงานที่ลดลง
เมื่ออยู่ในภาวะหมดพลัง คนทำงานจึงอาจมีอาการที่ดูคล้าย ADHD เช่น สมาธิลดลง ลืมง่าย ผัดวันประกันพรุ่ง จัดการเวลาไม่ดี หรือทำงานต่อเนื่องได้ยาก แต่สิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลตอบสนองต่อความเครียดและความล้าสะสม ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลนั้นมี ADHD
สัญญาณที่อาจดูคล้ายกัน
| อาการที่สังเกตได้ | อาจพบใน ADHD | อาจพบจากความเครียด/Burnout |
| สมาธิหลุดง่ายหรือวอกแวก | พบได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานที่ต้องใช้สมาธิต่อเนื่อง | พบได้ เมื่อสมองล้า มีเรื่องกังวล หรือมีงานล้น |
| ลืม deadline รายละเอียด หรือของใช้ | พบได้จากความยากด้าน executive function | พบได้เมื่อมีข้อมูลมาก พักผ่อนไม่พอ หรือความเครียดสูง |
| เริ่มงานยากและผัดวันประกันพรุ่ง | พบได้ แม้เป็นงานที่สนใจหรือมีความสำคัญ | พบได้เมื่อรู้สึกท่วมท้น หมดพลัง หรือกลัวทำไม่ทัน |
| จัดลำดับความสำคัญยาก | พบได้ต่อเนื่องในหลายบริบท | พบได้ในช่วง workload สูงหรือเป้าหมายไม่ชัด |
| กระสับกระส่ายหรืออยู่ไม่สุข | พบได้ในบางคน | พบได้เมื่อเครียด วิตกกังวล หรือพักผ่อนไม่พอ |
| ทำงานไม่เสร็จหรือสลับงานบ่อย | พบได้เป็นรูปแบบระยะยาว | พบได้เมื่อถูกขัดจังหวะ มีการประชุมมาก หรือภาระงานเกินกำลัง |
| อารมณ์ไว หงุดหงิดง่าย | อาจพบร่วมกับ ภาวะบกพร่องในการจัดการอารมณ์ | พบได้จากความล้า ความกดดัน และการพักฟื้นไม่เพียงพอ |
ทั้ง ADHD และภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ปัญหาการนอน ความเหนื่อยล้า หรือปัญหาสุขภาพอื่น สามารถทำให้เกิดอาการด้านสมาธิ ความจำ และการทำงานให้เสร็จได้ งานทบทวนทางคลินิกระบุว่าการนอนที่มีปริมาณหรือคุณภาพไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในภาวะที่พบได้บ่อยและอาจแสดงอาการคล้าย ADHD ในผู้ใหญ่
คำถามที่ช่วยสังเกตตัวเอง
คำถามเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพื่อวินิจฉัย แต่ช่วยให้เห็นรูปแบบอาการและเตรียมข้อมูลก่อนคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
- อาการสมาธิหลุดง่าย ลืมง่าย หรือจัดการเวลาไม่ดีเกิดมาตั้งแต่วัยเด็กหรือไม่?
- อาการเกิดขึ้นในหลายบริบท เช่น ที่ทำงาน ที่บ้าน การเรียน หรือการจัดการชีวิตส่วนตัว หรือเกิดขึ้นเด่นชัดเฉพาะช่วงงานหนัก?
- อาการเริ่มมากขึ้นหลัง workload เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนบทบาท การนอนแย่ลง หรือความเครียดสะสมหรือไม่?
- เมื่อได้พักผ่อน ลดภาระงาน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ อาการดีขึ้นหรือไม่?
- มีความกังวลต่อเนื่อง อารมณ์เศร้า หมดแรง นอนยาก หรือมีอาการทางกายร่วมด้วยหรือไม่?
- อาการเริ่มกระทบ deadline ความสัมพันธ์ การดูแลตัวเอง หรือคุณภาพชีวิตมากน้อยเพียงใด?
โดยทั่วไป ADHD มีลักษณะเป็นรูปแบบระยะยาวที่ส่งผลต่อหลายด้านของชีวิต ขณะที่สมาธิลดลงจากความเครียดหรือ burnout อาจสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่แรงกดดันสูงขึ้นหรือการพักฟื้นไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้เป็นเพียงแนวทางสังเกตเบื้องต้น การประเมินที่ถูกต้องควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
วิธีดูแลตนเองในเบื้องต้น
ไม่ว่าต้นเหตุคืออะไร การปรับเงื่อนไขการทำงานและการดูแลพื้นฐานสามารถช่วยลดภาระทางความคิดได้
ทำให้งาน “ถูกมองเห็น” และเล็กลง
รวบรวมสิ่งที่ต้องทำจากแชต อีเมล และโน้ตให้อยู่ในรายการเดียว จากนั้นเลือก 1–3 งานที่สำคัญที่สุดในวันนั้น และเปลี่ยนงานใหญ่ให้เป็น next action ที่เริ่มได้ทันที เช่น จาก “ทำรายงาน” เป็น “สรุป 3 ประเด็นหลักของรายงาน”
ลดการสลับบริบท
กำหนดช่วงเวลาสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และรวมเวลาตอบอีเมลหรือแชตเป็นรอบ แทนการตอบทันทีทุกครั้ง การลดจุดรบกวนช่วยให้สมองไม่ต้องเริ่มโฟกัสใหม่ซ้ำ ๆ ตลอดวัน
ดูแลการนอนและพลังงาน
การนอนที่ไม่เพียงพออาจทำให้เกิดความยากด้านสมาธิ ความจำ อารมณ์ และการตัดสินใจได้ หากสังเกตว่าช่วงที่นอนน้อยทำให้อาการชัดขึ้น ลองเริ่มจากการสร้างเวลานอนและตื่นที่สม่ำเสมอ ลดการใช้หน้าจอและคาเฟอีนใกล้เวลานอน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีปัญหาการนอนต่อเนื่อง
ขอความชัดเจนเรื่อง workload
หากอาการเกิดขึ้นพร้อมกับงานที่มากเกินไปหรือ priority ที่ไม่ชัด ลองคุยกับหัวหน้าด้วยข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เช่น งานที่กำลังรับผิดชอบ กำหนดส่ง และสิ่งที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน เป้าหมายไม่ใช่การบอกว่า “ทำไม่ไหว” แต่คือการทำให้ทีมเห็น trade-off และจัดลำดับความสำคัญร่วมกัน
บทบาทของผู้นำและ HR
ผู้นำและ HR ไม่ควรวินิจฉัยพนักงานว่าเป็น ADHD, burnout หรือภาวะสุขภาพจิตใดจากพฤติกรรมการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดแรงเสียดทานในการทำงาน และทำให้พนักงานเข้าถึงการสนับสนุนได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่องค์กรทำได้ เช่น
- ทำให้เป้าหมาย บทบาท และลำดับความสำคัญของงานชัดเจน
- ลดการประชุมหรือขั้นตอนอนุมัติที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนเวลาให้พนักงานทำงานเชิงลึก
- พัฒนาผู้จัดการให้มีทักษะ check-in รับฟัง และพูดคุยเรื่อง workload อย่างไม่ตัดสิน
- สื่อสารช่องทางการขอความช่วยเหลือ เช่น EAP, สวัสดิการด้านสุขภาพจิต หรือแนวทางลาป่วยอย่างชัดเจน
- ใช้ข้อมูล workforce ในระดับภาพรวมเพื่อมองหาสัญญาณ workload หรือ overtime ที่ควรได้รับการจัดการ โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Employee Experience ที่ดี โดยองค์กรสามารถออกแบบระบบการทำงานและการสนับสนุนผ่านแนวทางด้าน HR เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างยั่งยืน
มุมมองของ Humanica
ที่ Humanica เราเชื่อว่า Employee Wellbeing ไม่ได้แยกออกจากประสิทธิภาพขององค์กร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์การทำงานที่ดี ผ่านการเชื่อมโยง People, Process และ Technology
ด้วย HR Solution และแนวทางด้าน HR Digital Transformation องค์กรสามารถใช้ข้อมูล workforce ในภาพรวมเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการทำงาน ลดแรงเสียดทาน และสร้าง Employee Experience ที่สนับสนุนทั้งพนักงานและเป้าหมายทางธุรกิจ
เพราะการดูแลคนที่ดี ไม่ได้หมายถึงการคาดหวังให้ทุกคนทำงานได้เต็มที่ตลอดเวลา แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคนทำงาน เติบโต และดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง











