ระบบ ERP คลังสินค้า คืออะไร? ช่วยบริหารสต็อกและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจอย่างไร
By
ตุลาคม 17, 2026

ระบบ ERP คลังสินค้า หมายถึงความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลังภายใน ERP เช่น การบันทึกรับสินค้า เบิกจ่าย โอนย้าย และขายสินค้า พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับการจัดซื้อ ต้นทุน และบัญชี ทั้งนี้ ERP ไม่ได้ทำหน้าที่แทน WMS ในการปฏิบัติงานคลังสินค้าทุกขั้นตอน หากข้อมูลระหว่างระบบหรือแต่ละฝ่ายไม่เชื่อมโยงกัน องค์กรอาจต้องบันทึกข้อมูลซ้ำและใช้เวลาตรวจสอบยอดสินค้าให้ตรงกัน
บทความนี้จะอธิบายว่าระบบ ERP คลังสินค้าทำงานอย่างไร แตกต่างจากระบบจัดการคลังสินค้า WMS ตรงไหน และเชื่อมต่อกับช่องทางขายออนไลน์ได้อย่างไร เพื่อให้องค์กรวางระบบการจัดการคลังสินค้าได้อย่างถูกต้องและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Key Takeaway
- ระบบ ERP คลังสินค้าเชื่อมข้อมูลสินค้าคงคลังกับกระบวนการจัดซื้อ การขาย ต้นทุน และบัญชี ตามขอบเขตของแพลตฟอร์มและโมดูลที่เลือกใช้
- ERP ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลสินค้าคงคลังที่เป็นระบบ และนำไปใช้ประกอบการวางแผนจัดซื้อ การขาย และการบริหารต้นทุนได้
- ERP และ WMS มีบทบาทต่างกัน โดย ERP เน้นธุรกรรมและข้อมูลในระดับธุรกิจ ส่วน WMS เน้นการปฏิบัติงานภายในคลัง
- องค์กรสามารถเชื่อม ERP, WMS และ E-Commerce เพื่อส่งต่อข้อมูลคำสั่งซื้อ สต็อก การจัดส่ง และข้อมูลทางการเงินตามกระบวนการที่ออกแบบไว้
ระบบ ERP คลังสินค้า คืออะไร?

ระบบ ERP คลังสินค้า คือความสามารถในการจัดการข้อมูลสินค้าคงคลังภายใน ERP ตั้งแต่การรับสินค้า เบิกจ่าย โอนย้าย ไปจนถึงการขาย โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับการจัดซื้อ ต้นทุน และบัญชี ทั้งนี้ ERP ไม่ได้ทดแทน WMS ในการปฏิบัติงานคลังสินค้าทุกขั้นตอน หากข้อมูลระหว่างระบบหรือแต่ละฝ่ายไม่เชื่อมโยงกัน อาจทำให้ทีมงานต้องบันทึกข้อมูลซ้ำและเสียเวลาในการตรวจสอบยอดสินค้าให้ตรงกัน
สิ่งที่ทำให้ ERP เป็นมากกว่าระบบนับสต็อกทั่วไป คือการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าคงคลังกับกระบวนการจัดซื้อ การขาย ต้นทุน และบัญชี เมื่อมีการบันทึกธุรกรรมรับหรือจ่ายสินค้า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถส่งต่อไปยังกระบวนการอื่นตามการตั้งค่าของระบบ ช่วยลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ และทำให้แต่ละฝ่ายสามารถอ้างอิงข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเพื่อตรวจสอบและประกอบการตัดสินใจได้
สำหรับองค์กรภาคการผลิต การบริหารสินค้าคงคลังยังเชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตและต้นทุน จึงควรออกแบบ ERP ให้สอดคล้องกับกระบวนการธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
อ่านเพิ่มเติม : ระบบ ERP โรงงานคืออะไร? เชื่อมการผลิต-สต็อก-ต้นทุนอย่างไร
ระบบ ERP คลังสินค้าทำงานอย่างไร?
ระบบ ERP คลังสินค้าเชื่อมข้อมูลจำนวนและมูลค่าสินค้าคงคลังเข้ากับกระบวนการจัดซื้อ การขาย การผลิต และบัญชีตามธุรกรรมและการตั้งค่าของระบบ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
การจัดซื้อและการรับสินค้าเข้าคลัง
เมื่อฝ่ายจัดซื้อสร้างใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ในระบบ ERP ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้อ้างอิงในการรับสินค้า (Goods Receipt) เมื่อฝ่ายคลังบันทึกรับสินค้า ระบบจะปรับปรุงจำนวนสินค้าคงคลัง (Inventory) และบันทึกมูลค่าที่เกี่ยวข้องตามวิธีการบัญชีและการตั้งค่าของระบบ จากนั้นฝ่ายบัญชีจะตรวจสอบใบแจ้งหนี้จากผู้ขายและบันทึกรายการเจ้าหนี้ (Accounts Payable) ตามกระบวนการที่กำหนด ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชีสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เชื่อมโยงกันได้
การจัดเก็บและบริหารสินค้า
ERP ช่วยติดตามจำนวนคงเหลือและสถานะสินค้าตามคลังหรือสถานที่จัดเก็บที่ระบบรองรับ โดยบางแพลตฟอร์มมีความสามารถจัดการตำแหน่งจัดเก็บ (Bin) ภายในระบบ ขณะที่องค์กรที่มีงานคลังซับซ้อนอาจใช้ WMS เพิ่มเติมสำหรับการจัดวาง หยิบ และแพ็กสินค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและโมดูลที่เลือกใช้
การเบิกจ่ายและโอนย้ายสินค้า
การเบิกจ่ายหรือโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง จะถูกบันทึกเป็นธุรกรรมในระบบ โดยปรับยอดคลังต้นทางและปลายทางตามขั้นตอนการโอนและการตั้งค่าของแพลตฟอร์ม สามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวย้อนหลังได้ ซึ่งสำคัญมากสำหรับองค์กรที่มีหลายสาขาหรือหลายหน่วยงาน
การขายและการส่งมอบสินค้า
เมื่อฝ่ายขายสร้างคำสั่งขาย (Sales Order) ในระบบ ERP ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ตรวจสอบสินค้าที่พร้อมขายและส่งต่อให้คลังเตรียมสินค้า เมื่อมีการบันทึกการส่งมอบ ระบบจะปรับยอดสินค้าคงคลังและบันทึกต้นทุนที่เกี่ยวข้องตามประเภทสินค้าและการตั้งค่าบัญชี ส่วนการออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) จะเชื่อมโยงกับการบันทึกลูกหนี้และรายได้ตามกระบวนการบัญชีที่กำหนด ทั้งนี้ จังหวะการบันทึกแต่ละรายการขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ERP และรูปแบบธุรกรรมขององค์กร
การเชื่อมข้อมูลสินค้าคงคลังกับต้นทุนและบัญชี
การรับ เบิกจ่าย โอนย้าย และขายสินค้าอาจส่งผลต่อจำนวนคงเหลือ มูลค่าสินค้าคงคลัง หรือต้นทุนที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันตามลักษณะธุรกรรมและวิธีประเมินมูลค่า โดยบางรายการอาจส่งผลเฉพาะข้อมูลสต็อก ขณะที่บางรายการมีผลต่อบัญชีการเงินด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ERP โมดูลที่เลือกใช้ และการตั้งค่าระบบ
ระบบ ERP คลังสินค้า กับ WMS แบ่งหน้าที่ และทำงานร่วมกันอย่างไร?
ระบบ ERP คลังสินค้า กับระบบการจัดการคลังสินค้า WMS ทั้งสองมีบทบาทต่างกัน แต่ทำงานร่วมกันได้ โดย ระบบ ERP เชื่อมธุรกรรมคลังเข้ากับกระบวนการธุรกิจ ต้นทุน และการเงินในระดับองค์กร ส่วน WMS ลงรายละเอียดการปฏิบัติงานภายในคลัง
ตารางเปรียบเทียบบทบาท ERP และ WMS
| ประเด็น | ERP | WMS |
| จุดเน้นหลัก | ธุรกรรมธุรกิจ สินค้าคงคลัง ต้นทุน และการเงิน | การปฏิบัติงานภายในคลังสินค้า |
| กระบวนการหลัก | จัดซื้อ ขาย สต็อก ต้นทุน บัญชีการเงิน | รับของ จัดวาง หยิบ แพ็ก จัดส่ง ตำแหน่งจัดเก็บ |
| มุมมองข้อมูล | ภาพรวมธุรกิจและผลกระทบระหว่างหน่วยงาน | รายละเอียดการเคลื่อนไหวและการทำงานในคลัง |
| ผู้ใช้งานหลัก | บัญชี ขาย จัดซื้อ วางแผน ผู้บริหาร | คลังสินค้า โลจิสติกส์ จัดส่ง |
| เหมาะเมื่อ | ต้องการเชื่อมข้อมูลคลังกับธุรกรรมและบัญชีทั้งองค์กร | ต้องการจัดการตำแหน่งจัดเก็บ การหยิบ การแพ็ก หรือมีปริมาณงานคลังซับซ้อน |
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองระบบ
- ERP → WMS: ความต้องการรับสินค้า คำสั่งขาย ความต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าคงคลัง
- WMS → ERP: ผลการรับสินค้า ผลการหยิบและจัดส่ง สถานะและความเคลื่อนไหวของสต็อก
องค์กรที่มีความต้องการด้าน Warehouse Execution ในระดับละเอียด สามารถเลือกใช้ ERP และ WMS ควบคู่กันได้ เนื่องจากระบบบริหารคลังสินค้า WMS และ ERP ทำหน้าที่สนับสนุนกันคนละส่วน โดยการพิจารณาการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับขนาด ปริมาณงาน และความซับซ้อนในการบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นหลัก
ระบบ ERP คลังสินค้ามีฟังก์ชันอะไรบ้าง?

ความสามารถด้านสินค้าคงคลังขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและโมดูลที่เลือกใช้ จึงไม่ควรเหมารวมว่า โปรแกรม ERP ทุกระบบมีฟังก์ชันเหมือนกันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ERP System ระดับองค์กรมักมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ที่สามารถรองรับการบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
การจัดการข้อมูลและสถานะสินค้าคงคลัง
จัดการข้อมูลสินค้า จำนวนคงเหลือ สถานะ และความเคลื่อนไหวในระบบเดียว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถอ้างอิงข้อมูลสต็อกที่อัปเดตตามการบันทึกธุรกรรมและการเชื่อมต่อของระบบ
การรับเข้า เบิกจ่าย และโอนย้ายสินค้า
บันทึกรายการตั้งแต่รับสินค้า เบิกจ่าย ไปจนถึงโอนย้ายระหว่างคลัง โดยเชื่อมกับขั้นตอนจัดซื้อและขายตามกระบวนการขององค์กร ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำและจุดที่อาจเกิดความผิดพลาด
การบริหารหลายคลังและหลายสถานที่จัดเก็บ
ERP สามารถจัดการข้อมูลสินค้าคงคลังแยกตามคลังหรือหน่วยธุรกิจได้ตามความสามารถของแพลตฟอร์ม ขณะที่การจัดการ Location หรือ Bin ในระดับปฏิบัติการอาจใช้ WMS เข้ามารองรับเพิ่มเติม
การติดตาม Lot และ Serial Number
หากแพลตฟอร์มและโมดูลรองรับ สามารถติดตามสินค้าตามล็อตหรือหมายเลขซีเรียลเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับธุรกิจอาหาร ยา หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการความสามารถในการสืบค้น ทั้งนี้ไม่ใช่มาตรฐานของทุกระบบ
การเชื่อมต่อกับ WMS และอุปกรณ์คลังสินค้า
ERP สามารถทำงานร่วมกับเครื่องอ่านบาร์โค้ด อุปกรณ์เคลื่อนที่ และ WMS ผ่านความสามารถของระบบหรือการเชื่อมต่อที่ออกแบบไว้ ส่วนอุปกรณ์อัตโนมัติ เช่น รถขนส่งอัตโนมัติ (AGV) อาจต้องทำงานผ่าน WMS หรือระบบควบคุมเฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความสามารถของแต่ละระบบ
การเชื่อมโยงข้อมูล Inventory กับต้นทุนและ Finance & Accounting
รายการรับ จ่าย โอน และยอดคงเหลือ เชื่อมต่อกับกระบวนการต้นทุนและบัญชีได้ ช่วยให้เห็นผลกระทบของรายการสินค้าต่อข้อมูลการเงินได้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและโมดูลที่เลือก
ระบบ ERP คลังสินค้าช่วยแก้ปัญหาอะไร และช่วยให้บริหารสต็อกอย่างไร?
ระบบ ERP ช่วยจัดการปัญหาข้อมูลสินค้าคงคลังโดยเชื่อมรายการในคลังเข้ากับกระบวนการธุรกิจ เช่น จัดซื้อ การขาย ต้นทุน และบัญชี (ไม่ใช่การทำหน้าที่แทน WMS โดยตรง) ซึ่งความสามารถขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและโมดูลที่เลือกใช้
| ปัญหาที่พบบ่อย | ERP ช่วยตรงไหน | ผลที่เห็น |
| ข้อมูลสต็อกไม่ตรงกัน | บันทึกรายการเคลื่อนไหวและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องในระบบเดียว | ตรวจสอบย้อนหลังและหาต้นเหตุของส่วนต่างได้ |
| แต่ละแผนกใช้ข้อมูลคนละชุด | เชื่อมข้อมูลจัดซื้อ ขาย สต็อก และบัญชีในที่เดียว | ลดการกระทบยอดซ้ำ ๆ |
| คีย์ข้อมูลซ้ำ งานมือเยอะ | ส่งต่อข้อมูลระหว่างขั้นตอนตามกระบวนการธุรกิจ | ลดจุดเสี่ยงที่อาจเกิดความผิดพลาด |
| มองไม่เห็นภาพรวมสินค้าคงเหลือ | รวมข้อมูลสต็อกจากหลายคลังตามความสามารถของระบบ | เห็นยอดคงเหลือแยกตามคลังและสถานะ |
| วางแผนจัดซื้อหรือเติมสินค้ายาก | ใช้ข้อมูลความเคลื่อนไหวและจุดสั่งซื้อขั้นต่ำ หากระบบรองรับ | มีข้อมูลประกอบการวางแผนจัดซื้อที่ชัดขึ้น |
| ไม่เห็นข้อมูลต้นทุนสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ | เชื่อมรายการเคลื่อนไหวกับต้นทุนและบัญชีตามโมดูลที่ใช้ | เห็นผลกระทบของสต็อกต่อต้นทุนและข้อมูลการเงิน |
ระบบ ERP, WMS และ E-Commerce เชื่อมข้อมูลกันอย่างไร?
สำหรับธุรกิจที่ขายผ่านหลายช่องทาง เช่น Marketplace เว็บไซต์ หรือหน้าร้าน การบริหารสต็อกต้องเชื่อมโยงข้อมูลคำสั่งซื้อ สินค้าคงคลัง การจัดส่ง และข้อมูลทางการเงิน โดย ERP ช่วยเชื่อมข้อมูลทางธุรกิจกับกระบวนการจัดการสินค้าคงคลัง ขณะที่ WMS รองรับการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้า
ตัวอย่างการเชื่อมต่อ: ช่องทางขาย (Marketplace / เว็บไซต์ / หน้าร้าน) → ERP รับคำสั่งซื้อและตรวจสอบสต็อก → WMS จัดการคำสั่งหยิบและแพ็กสินค้า → จัดส่ง → ส่งผลกลับ ERP → อัปเดตสต็อกและข้อมูลต้นทุนหรือบัญชีตามธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเชื่อมระบบ องค์กรควรกำหนดว่าคำสั่งซื้อจะเข้าสู่ระบบใดก่อน ใช้ข้อมูล SKU และสต็อกที่สอดคล้องกันหรือไม่ จะกันสต็อกและตัดสต็อกเมื่อใด รวมถึงจัดการคำสั่งซื้อที่ยกเลิกหรือคืนสินค้าอย่างไร บางองค์กรอาจใช้ระบบบริหารคำสั่งซื้อ (OMS) หรือตัวกลางเชื่อม Marketplace เพิ่มเติม โดยลำดับและจังหวะการส่งข้อมูลขึ้นอยู่กับโครงสร้างระบบและรูปแบบ Integration ที่ออกแบบไว้
ระบบ ERP คลังสินค้าเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
การพิจารณาใช้ ERP เพื่อบริหารสินค้าคงคลัง ไม่ควรดูจากขนาดบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความซับซ้อนของงานคลังและกระบวนการธุรกิจจากปัจจัยต่อไปนี้
- จำนวนรายการสินค้าสูง: เมื่อจำนวนรายการและตัวเลือกสินค้าเพิ่มมากขึ้น เกินกว่าจะจัดการผ่านสเปรดชีตได้อย่างแม่นยำ
- บริหารหลายคลังหรือหลายสาขา: ต้องการเห็นภาพรวมสต็อกแบบรวมศูนย์ ที่อัปเดตตามการบันทึกธุรกรรมและการเชื่อมต่อของระบบ
- ห่วงโซ่อุปทานมีความซับซ้อน: มีซัพพลายเออร์หลายราย มีกระบวนการแปรรูป-สั่งผลิต หรือขั้นตอนการประกอบที่ต้องดึงข้อมูลสต็อกไปใช้
- ปริมาณธุรกรรมต่อวันสูง: มีรายการรับ เข้า-ออก และเบิกจ่ายจำนวนมาก จนการคีย์ข้อมูลด้วยมือ กลายเป็นปัญหาคอขวดของธุรกิจ
- ต้องการเชื่อมโยงคลังสินค้าเข้ากับฝ่ายบัญชี: ต้องการติดตามต้นทุนสินค้าคงคลังและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายงานทางการเงินได้ตามความสามารถและการตั้งค่าระบบ
- กระจายสินค้าผ่านหลายช่องทางขาย: ขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม จึงจำเป็นต้องมีศูนย์กลางในการตัดสต็อกเพื่อป้องกันสินค้าขาดหรือขายเกิน
Humanica ERP ช่วยวางระบบ ERP คลังสินค้าอย่างไร?
Humanica ERP ให้บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ และวางระบบ ERP โดยเริ่มจากการวิเคราะห์กระบวนการจัดซื้อ การขาย สินค้าคงคลัง และบัญชี รวมถึงระบบที่องค์กรใช้งานอยู่ เพื่อวางแนวทางเชื่อมต่อข้อมูลให้เหมาะกับการดำเนินธุรกิจ
สำหรับองค์กรที่มี ERP, WMS หรือช่องทางขายออนไลน์หลายระบบ Humanica ERP สามารถช่วยประเมินความต้องการและความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อข้อมูล ตั้งแต่คำสั่งซื้อ สต็อก การจัดส่ง ไปจนถึงต้นทุนและบัญชี โดยขอบเขตบริการขึ้นอยู่กับระบบเดิมและผลการประเมินทางเทคนิค
หากธุรกิจของคุณมีปัญหาสต็อกหรือคำสั่งซื้อไม่ตรงกันระหว่างระบบ สามารถปรึกษาทีม Humanica ERP เพื่อประเมินแนวทางการวางและเชื่อมต่อระบบได้
Humanica ERP ให้คำปรึกษาและช่วยประเมินแพลตฟอร์ม ERP ได้แก่ SAP Business One, Oracle NetSuite และ SAP S/4HANA Cloud Public Edition ให้เหมาะกับกระบวนการและโครงสร้างธุรกิจของแต่ละองค์กร
ERP Solutions
- Email: [email protected]
- Tel. 02 636 6999 ext. 2255
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ระบบ ERP เชื่อมข้อมูลคลังสินค้ากับบัญชีอย่างไร?
ERP ช่วยเชื่อมข้อมูลการรับ เบิกจ่าย โอนย้าย และขายสินค้ากับกระบวนการต้นทุนและบัญชีตามลักษณะธุรกรรมและการตั้งค่าระบบ โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงกันช่วยลดการรวบรวมรายงานและการกระทบยอดซ้ำระหว่างฝ่ายคลังกับฝ่ายบัญชีได้
ระบบ ERP ทำงานร่วมกับ Barcode และอุปกรณ์ในคลังอย่างไร?
ERP สามารถทำงานร่วมกับเครื่องอ่านบาร์โค้ดหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านแอปพลิเคชัน โมดูลเสริม หรือเชื่อมต่อผ่าน WMS ตามความสามารถของแพลตฟอร์มและการออกแบบระบบขององค์กร
การติดตาม Lot และ Serial Number ในระบบ ERP ทำได้ในระดับไหน?
หากแพลตฟอร์มและโมดูลรองรับ สามารถติดตามสินค้าตามล็อตหรือหมายเลขซีเรียลตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่รับเข้าจนส่งออก ช่วยให้สืบค้นและตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อมีปัญหา ทั้งนี้ไม่ใช่มาตรฐานของทุกแพลตฟอร์ม ควรตรวจสอบก่อนเลือกใช้
ธุรกิจควรเริ่มใช้ระบบ ERP จัดการคลังสินค้าเมื่อไหร่?
เมื่อการจัดการคลังเริ่มมีปัญหา เช่น ยอดสต็อกไม่ตรงกับสินค้าจริง ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบหรือกระทบยอดด้วยมือบ่อยครั้ง รวมถึงการตรวจสอบต้นทุนและข้อมูลระหว่างฝ่ายที่ใช้เวลานาน สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่าธุรกิจควรพิจารณาระบบที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าคงคลังกับกระบวนการอื่นได้ดีขึ้น
ธุรกิจขนาดไหนควรเริ่มใช้ระบบ ERP คลังสินค้า?
การเลือกใช้ ERP ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจำนวน SKU ปริมาณธุรกรรม จำนวนคลังสินค้า และความซับซ้อนของกระบวนการ เช่น ธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลาย ขายหลายช่องทาง หรือมีธุรกรรมรับ–จ่ายจำนวนมาก อาจต้องใช้ระบบที่เชื่อมข้อมูลสินค้าคงคลังกับการจัดซื้อ การขาย ต้นทุน และบัญชีได้ตามความต้องการขององค์กร
ถ้าองค์กรมี WMS อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้ ERP หรือไม่?
การมี WMS ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมี ERP เพิ่มเสมอไป เพราะทั้งสองระบบมีบทบาทต่างกัน หากองค์กรมีระบบหลักสำหรับจัดซื้อ การขาย ต้นทุน และบัญชีอยู่แล้ว อาจเชื่อม WMS เข้ากับระบบดังกล่าวได้ ส่วน ERP จะมีบทบาทเป็นระบบหลักด้านธุรกรรมและข้อมูลธุรกิจ หากองค์กรต้องการเชื่อมกระบวนการเหล่านี้ไว้ในระบบเดียวกัน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

