กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร? HR และนายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง อัปเดต 2569

By

Humanica

กันยายน 29, 2026

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 เริ่มจัดเก็บเงินจริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนจากกำหนดเดิม 1 ตุลาคม 2568 ออกไป 1 ปี สถานประกอบการที่เข้าเงื่อนไขจึงต้องเริ่มหักเงินสะสมจากลูกจ้างและนำส่งเงินสมทบของนายจ้างอย่างเป็นทางการ สำหรับฝ่าย HR และนายจ้าง เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อระบบ Payroll ที่ต้องคำนวณ หักเงิน และนำส่งได้ถูกต้อง ครบถ้วน และทันกำหนด

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย สิทธิประโยชน์ เงื่อนไขการขอรับเงิน ไปจนถึงสิ่งที่ HR และนายจ้างต้องเตรียมตัวก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง เพื่อให้องค์กรปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก

Key Takeaway

  • กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มเก็บเงินจริง 1 ตุลาคม 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี
  • บังคับใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป และยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ในช่วงแรก และเพิ่มเป็น ฝ่ายละ 0.50% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574
  • นายจ้างต้องนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากล่าช้าหรือส่งไม่ครบ ต้องเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดค้างชำระ ควรเตรียมระบบ Payroll ให้รองรับการหักและสมทบอัตโนมัติ
  • ลูกจ้างมีสิทธิรับเงินเมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไม่ว่าด้วยเหตุใด และได้รับความคุ้มครองในกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต รวมถึงช่วยเหลือลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ค้างจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ลูกจ้างพึงได้รับ แม้กฎหมายฉบับนี้จะมีมานานแล้ว แต่กลไกการเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเพิ่งจะถูกประกาศให้เริ่มใช้จริงในปี 2569 นี้เอง จึงทำให้หลายองค์กรยังไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนปฏิบัติ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มเก็บเงินเมื่อไหร่?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเลื่อนจากกำหนดเดิม 1 ตุลาคม 2568 ออกไป 1 ปี เพื่อให้สถานประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านระบบและวางแผนงบประมาณ

ตารางสรุปสิทธิประโยชน์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ตัวอย่างการคำนวณเงินสงเคราะห์จากกองทุนกรณีถูกเลิกจ้าง

หมายเหตุ: เงินสงเคราะห์จากกองทุนเป็นเงินช่วยเหลือบางส่วน ไม่ใช่การชำระเงินที่นายจ้างค้างจ่ายทั้งหมด จำนวนเงินที่ได้รับจึงอาจน้อยกว่ายอดเงินที่นายจ้างค้างจ่าย และต้องเป็นไปตามสิทธิและหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด

ประเภทเงินตัวอย่างเงินค้างจ่ายหลักเกณฑ์การคำนวณเงื่อนไขสำคัญ
ค่าชดเชยค่าชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างอายุงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 3 ปี: ไม่เกิน 30 เท่า ของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน / อายุงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี: ไม่เกิน 50 เท่า / อายุงานครบ 10 ปีขึ้นไป: ไม่เกิน 70 เท่าต้องมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่เป็นที่สุดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย และเข้าเงื่อนไขการขอรับเงินสงเคราะห์
เงินอื่นนอกจากค่าชดเชยค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา (OT), ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่เกิน 70 เท่า ของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนดต้องมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่เป็นที่สุดให้นายจ้างจ่าย และเข้าเงื่อนไขการขอรับเงินสงเคราะห์

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 400 บาทต่อวัน

กรณีที่ 1: ค่าชดเชย

  • อายุงาน 1 ปี 6 เดือน → 30 × 400 = 12,000 บาท
  • อายุงาน 5 ปี → 50 × 400 = 20,000 บาท
  • อายุงาน 12 ปี → 70 × 400 = 28,000 บาท

ตัวอย่างเช่น หากนายจ้างค้างจ่ายค่าชดเชย 100,000 บาท และลูกจ้างมีอายุงาน 12 ปี จำนวนเงินสงเคราะห์จากกองทุน ไม่ได้เท่ากับ 100,000 บาทโดยอัตโนมัติ แต่มีเพดานตามหลักเกณฑ์ของกองทุน โดยในตัวอย่างนี้คำนวณได้ไม่เกิน 28,000 บาท ทั้งนี้ จำนวนที่ได้รับจริงต้องไม่เกินสิทธิและจำนวนเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

กรณีที่ 2: เงินอื่นนอกจากค่าชดเชย

หากมีค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา หรือเงินอื่นที่เข้าหลักเกณฑ์ค้างจ่ายรวม 58,000 บาท และสมมติค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400 บาทต่อวัน

  • 60 × 400 = 24,000 บาท

ดังนั้น แม้จะมีเงินค้างจ่าย 58,000 บาท แต่เงินสงเคราะห์จากกองทุนจะไม่ได้คำนวณจากยอดค้างจ่ายทั้งหมดโดยตรง และจำนวนที่ได้รับจริงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเพดานที่กองทุนกำหนด

เงื่อนไขสำคัญในการขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ลูกจ้างสามารถขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ 2 กรณี โดยแต่ละกรณีมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการรับเงินแตกต่างกัน ดังนี้

กรณีที่ 1: นายจ้างไม่จ่ายเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ลูกจ้างมีสิทธิยื่นขอรับเงินสงเคราะห์เมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ได้แก่

  1. นายจ้างค้างจ่ายเงินตามกฎหมาย เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าชดเชย
  2. พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินแล้ว แต่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม โดยลูกจ้างต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานก่อน เพื่อให้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. ยื่นคำขอภายใน 1 ปี นับจากวันที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่ง

เมื่อได้รับอนุมัติ ลูกจ้างต้องมารับเงินภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผล

กรณีที่ 2: ลูกจ้างออกจากงานหรือเสียชีวิต

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างจะเข้าบัญชีกองทุนในชื่อของลูกจ้างแต่ละคน เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไม่ว่าด้วยเหตุใด เช่น ลาออก เกษียณอายุ หรือถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

กรณีลูกจ้างเสียชีวิต เงินจำนวนดังกล่าวจะจ่ายให้แก่ทายาทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีบทบาทเพิ่มเติมในด้านการออมระยะยาวของลูกจ้าง นอกเหนือจากการคุ้มครองในกรณีนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ขั้นตอนการขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขและต้องการยื่นขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

สำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขและต้องการยื่นขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เตรียมเอกสารสำหรับยื่นคำขอ ได้แก่ แบบคำขอรับเงินสงเคราะห์ (สกล. 1) แบบแสดงความเดือดร้อน (กท.01) แบบ กท.07 และ กท.09 พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
  2. ยื่นคำขอภายใน 1 ปี นับจากวันที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่ง โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่เกี่ยวข้อง โดย ไม่มีค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอ
  3. รอการพิจารณาอนุมัติ โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 26 วัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริง ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินตามอัตราที่กำหนด คือ 30 หรือ 60 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน
  4. รับเงินภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุมัติ โดยเงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ในคำขอ

HR ควรจัดเตรียมเอกสารพื้นฐาน เช่น สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง และประวัติการนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบให้ครบถ้วนและตรวจสอบได้เสมอ เอกสารเหล่านี้ช่วยให้พนักงานใช้สิทธิได้ทันทีเมื่อออกจากงาน และเป็นหลักฐานว่าองค์กรปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อถูกตรวจสอบ

บทบาทของพนักงานตรวจแรงงานในการขอรับเงินจากกองทุน

ลูกจ้างจะขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนได้ ต่อเมื่อพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินแล้ว ขั้นตอนมีดังนี้

  • รับคำร้องและสอบข้อเท็จจริง เมื่อลูกจ้างยื่นคำร้องว่านายจ้างไม่จ่ายเงินตามกฎหมาย
  • ออกคำสั่งภายใน 60 วัน นับจากวันรับคำร้อง (ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน) หากพบว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงิน จะสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามจำนวนที่กำหนด
  • ถ้านายจ้างไม่จ่ายตามคำสั่ง ลูกจ้างนำคำสั่งนี้ไปยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนได้ภายใน 1 ปี

HR ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มจัดเก็บ?

สิ่งที่ HR / นายจ้างต้องเตรียม

ก่อนเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง HR และนายจ้างควรเตรียมความพร้อมในด้านข้อมูล ระบบ Payroll และการสื่อสารกับพนักงาน ดังนี้

  • ตรวจสอบจำนวนลูกจ้าง หากองค์กรมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่
  • ตรวจสอบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย อาจได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่มี ต้องเตรียมดำเนินการนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
  • กำหนดฐานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงิน ตรวจสอบและแยกรายการค่าตอบแทนที่ถือเป็น “ค่าจ้าง” ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ชัดเจน
  • ตั้งค่าระบบ Payroll ให้รองรับการหักเงินสะสมจากลูกจ้าง 0.25% และคำนวณเงินสมทบจากนายจ้าง 0.25% โดยอัตโนมัติในแต่ละงวด
  • เตรียมแบบฟอร์มและช่องทางนำส่ง ตรวจสอบหลักเกณฑ์ แบบฟอร์ม และช่องทางการนำส่งกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนถึงกำหนดนำส่งงวดแรก
  • แจ้งรายละเอียดให้พนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุอัตราเงินที่หัก วันเริ่มหัก และสิทธิประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับ

สิ่งที่ HR / นายจ้างต้องทำ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายจ้างต้องหักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง และจ่ายเงินสมทบในอัตราเดียวกัน คือฝ่ายละ 0.25% จากนั้นนำส่งทั้งสองส่วนเข้ากองทุนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

งวดแรก: ค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 หากนำส่งล่าช้าหรือไม่ครบ ต้องเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดค้างชำระ

ระบบ Payroll ช่วยจัดการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอย่างไร?

ระบบ Payroll ที่รองรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างช่วยให้ HR หักเงินสะสม คำนวณเงินสมทบ และเตรียมข้อมูลนำส่งได้ถูกต้อง ตรงเวลาทุกงวด เพื่อช่วยลดภาระงานของ HR ในการปฏิบัติตามข้อบังคับใหม่นี้อย่างถูกต้องและตรวจสอบย้อนหลังได้

Humanica Payroll Outsourcing Service บริการรับทำเงินเดือนแบบครบวงจร จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งเงินเดือน ภาษี ประกันสังคมไปจนถึงสลิปเงินเดือนที่ถูกต้องแม่นยำ พร้อมติดตามและอัปเดตทุกการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงาน

คำนวณเงินสะสมและเงินสมทบตามอัตราที่กำหนด

ระบบคำนวณอัตรา 0.25% หรือ 0.50% ตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยอัตโนมัติ องค์กรจึงไม่ต้องคำนวณเองและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด

หักเงินจากเงินเดือนอัตโนมัติ

เชื่อมโยงกับรอบการจ่ายเงินเดือน เพื่อรองรับการคำนวณและบันทึกเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ยอดที่หักแสดงในสลิปเงินเดือนของพนักงานอย่างชัดเจน

บันทึกข้อมูลการหักและสมทบ

จัดเก็บประวัติการหักและเงินสมทบเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำข้อมูลและรายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ตรวจสอบและเตรียมการนำส่งตามข้อกำหนด

รองรับการเปลี่ยนอัตราตามกฎหมายในอนาคต

เมื่ออัตราเงินสะสมและเงินสมทบเปลี่ยนตามกฎหมาย เช่น เป็นฝ่ายละ 0.50% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 จะปรับกระบวนการและระบบให้คำนวณด้วยอัตราใหม่ตรงตามวันที่มีผลบังคับใช้ พร้อม Audit Trail ที่ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ทุกงวด

นอกจากนี้ สำหรับองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อน Humanica Payroll Outsourcing Service รองรับการบริหารเงินเดือนของหลายบริษัทในเครือ ช่วยให้การบริหารเงินเดือนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งกลุ่มบริษัท ตั้งแต่การคำนวณ การหักเงินสะสม ไปจนถึงการนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง องค์กรจึงมั่นใจได้ว่า ทุกบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและสอดคล้องกัน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ข้อบังคับใหม่ที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ 

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มจัดเก็บเงินจริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 องค์กรที่เข้าข่ายตามกฎหมายต้องเตรียมระบบ Payroll ให้พร้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคำนวณ การหักเงินสะสม การนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลรายบุคคลให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ การเตรียมความพร้อมช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้องตั้งแต่งวดแรก และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มจากการนำส่งล่าช้า

Humanica Payroll Outsourcing Service พร้อมดูแลงานเงินเดือนขององค์กรคุณอย่างถูกต้องและตรงเวลาในทุกรอบการจ่าย ตั้งแต่การคำนวณเงินเดือน เงินสมทบกองทุนต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมายล่าสุด พร้อมอัปเดตเงื่อนไขใหม่อย่างกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

กฎหมายแรงงานที่เปลี่ยนแปลง คือ ความเสี่ยงที่ HR ต้องรับมือให้ทัน ให้ Humanica Payroll Outsourcing Service บริการรับทำเงินเดือนแบบครบวงจร ดูแลแทนคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องจ่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

หลักเกณฑ์เบื้องต้น คือ นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องนำลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือไม่ได้อยู่ภายใต้การสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ส่วนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนตามกฎหมายได้รับยกเว้น นายจ้างไม่ต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสำหรับลูกจ้างกลุ่มนี้ หากพนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อยู่แล้ว ต้องการเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพิ่มเติม จะต้องได้รับความยินยอมจากนายจ้างก่อน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหักจากเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์?

ในช่วง 5 ปีแรก คือ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างจะถูกหักเงินสะสม 0.25% ของค่าจ้าง ก่อนปรับเพิ่มเป็น 0.50% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป

นายจ้างต้องสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเท่าไหร่?

นายจ้างต้องสมทบในอัตราเท่ากับที่หักจากลูกจ้าง คือ 0.25% ของค่าจ้างในช่วง 5 ปีแรก คือ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 และปรับเพิ่มเป็น 0.50% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป

นายจ้างต้องนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างภายในวันที่เท่าไหร่?

นายจ้างต้องนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงิน โดยงวดแรกของเดือนตุลาคม 2569 ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

นักเรียน นักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรการศึกษา ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

โดยทั่วไป นักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝึกงานตามหลักสูตรการศึกษาและไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะไม่เข้าข่ายต้องส่งเงินเข้ากองทุนนี้ แต่ถ้าองค์กรทำสัญญาจ้างนักศึกษาเป็นลูกจ้างและจ่ายค่าจ้าง ต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป

นายจ้างมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว แต่ลูกจ้างบางส่วนไม่เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกจ้างส่วนนี้ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

ต้องเข้าร่วม เพราะการยกเว้นจะพิจารณาเป็นรายบุคคลตามการเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจริง ลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงลูกจ้างที่ยังไม่มีสิทธิสมัครเพราะอยู่ระหว่างทดลองงาน นายจ้างต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ลูกจ้างทดลองงาน หรือลูกจ้างรายวัน/ลูกจ้างชั่วคราว ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

ต้องเข้า ลูกจ้างทุกประเภทที่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอยู่ในข่ายทั้งหมด ได้แก่ ลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้าง Part-time และลูกจ้างต่างด้าว โดยคำนวณจากค่าจ้างที่ได้รับจริง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนภาคบังคับตามกฎหมาย มีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้บริหาร ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายเงินในอัตราคงที่ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง และปรับเป็น 0.50% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 ลูกจ้างเลือกนโยบายการลงทุนเองไม่ได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนภาคสมัครใจ ที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้ง มีบริษัทจัดการกองทุนที่นายจ้างเลือกเป็นผู้บริหาร ลูกจ้างเลือกอัตราเงินสะสมได้ระหว่าง 2-15% ของค่าจ้าง นายจ้างจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง และลูกจ้างเลือกนโยบายการลงทุนได้ตามความเสี่ยงที่รับได้

หากนายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบตามกำหนด มีผลตามกฎหมายอย่างไร

นายจ้างที่ไม่นำส่งเงินสะสมและเงินสมทบตามกำหนดเวลา อาจต้องรับผิดทั้งเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดที่ยังไม่นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ และมีโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านโพสต์เพิ่มเติม ระบบ ERP บัญชี ตัวช่วยวางระบบการเงินให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  • ระบบ ERP บัญชี

    กันยายน 14, 2026

  • AI ERP

    กันยายน 14, 2026

  • Cloud ERP

    กันยายน 14, 2026

  • กันยายน 4, 2026

  • HRIS คือ

    กันยายน 4, 2026

  • สิงหาคม 31, 2026

  • สิงหาคม 28, 2026

  • รับทำเงินเดือน

    สิงหาคม 27, 2026

  • ระบบ ERP คืออะไร และช่วยพัฒนาองค์กรอย่างไร

    สิงหาคม 27, 2026

  • ระบบ ERP คืออะไร และช่วยพัฒนาองค์กรอย่างไร

    สิงหาคม 27, 2026

  • สิงหาคม 27, 2026

  • สิงหาคม 27, 2026

Social Logo
facebook [#176] Created with Sketch. youtube [#168] Created with Sketch.